จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานแต่งงาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานแต่งงาน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

ขนมในขบวนขันหมาก

ขนมที่ใช้ในขบวนขันหมาก นิยมจัดเป็นคู่ ในสมัยโบราณใช้ ขนมมากมายหลายอย่าง แต่ที่สำคัญ ๆ มี ขนมกง ขนมทองเอก ขนมชะมด ขนมสามเกลอ ขนมโพรงแสม ขนมรังนก ซึ่งปัจจุบันนอก จากจะหายากแล้ว บางทีเอ่ยชื่อมา หลายคนคงไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินก็มี ขนม ยอดนิยมสำหรับการทำบุญต่าง ๆ ในปัจจุบัน ก็คือ ขนมทองหยิบ ขนมฝอยทอง ขนมเม็ดขนุน ขนมลูกชุบ ขนมชั้น ขนมหม้อแกง ขนมข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวแก้ว ฯลฯ    ส่วนขนมที่ไม่นิยมใช้ในงานแต่งงาน หรือ งานมงคล ก็มี เช่น ขนมต้มแดง ต้มขาว เพราะโดยทั่วไปจะใช้ใน การทำพิธีทางไสยศาสตร์
หาก ขนมยังติดกัน ทั้งสามลูก หมายถึง คู่บ่าวสาวจะอยู่กินด้วยกัน อย่างมีความสุข และมีลูกหลาน สืบสกุล หากขนมติดกัน แค่สองลูก หมายถึง อาจจะมีลูกยาก หรือไม่มีลูก แต่ยังครองรักกันครองเรือนร่วมกัน หากขนมแยกออกจากกันหมด หมายถึง ชีวิตคู่อาจจะไม่ยืดยาว เรื่อง นี้มีการแก้เคล็ดหรือป้องกันต่าง ๆ กัน เช่น เอาไม้เสียบไว้ก่อนทำการทอดเพื่อไม่ให้หลุด หรือใช้วิธี การผสมให้แป้ง มีความเหนียวพิเศษ ฯลฯ

     ขนมกง เป็นขนมที่ทำจากถั่วเขียวหรือถั่วทอง ข้าวตอก แป้งข้าวเหนียว น้ำตาลโตนด มะพร้าวห้าว น้ำมันมะพร้าว ถั่วคั่วจนสุกเหลืองแล้วเราะเปลือกออก มีวิธีทำค่อนข้างลำบาก และต้องชุบแป้งก่อนทอดน้ำมัน เสร็จแล้วยังต้องทำฝอยสำหรับหุ้มชิ้นขนมอีกด้วย
      ขนมสามเกลอ ทำจากแป้งข้าวเหนียว ไส้ทำด้วยมะพร้าวห้าวขูดเป็นฝอย กวนน้ำตาล ใส่ถั่วเขียว หรือถั่วทองคั่วสุก ใช้ไม้เสียบให้ติดกัน ๓ ลูกแล้วชุบแป้งทอด มีฝอยหุ้มเช่นเดียวกับขนมกง
      ขนมชะมด ทำไส้ด้วยถั่วเขียวหรือถั่วทอง นำมาแช่น้ำ ๖ ชั่วโมงแล้วนึ่งให้สุก ใส่เกลือพอเค็มกร่อย ๆ โขลกจนเหนียวปั้นเป็นก้อน ปั้นเป็นลูกไม่ต้องหุ้มแป้ง ใช้ไม้เสียบเป็นก้อนเส้าแล้วชุบแป้งทอด มีฝอยหุ้มเช่นเดียวกัน
      ขนมโพรงแสม ทำจากแป้งข้าวเจ้ากับข้าวเหนียว ผสมแล้วห่อผ้าทับให้แห้งปั้นเป็นลูกกลม ต้มหรือนึ่งให้สุก อย่างขนมจีน ใส่ครกโขลกให้แป้งสุกกับดิบเข้ากัน นำไปนวดกับกะทิที่เคี่ยวจนแตกมัน เมื่อนวดได้ที่ นำไปแผ่ คลึงด้วยกระบอกไม้ไผ่บนใบตองสด นำลงทอดน้ำมันทั้งไม้กระบอก เมื่อแป้งสุกจะกลมตามรูปกระบอกและหลวมตัว เอาไม้เขี่ยกระบอกออก เหลือแต่เนื้อขนม ทอดต่อไปจนเหลือง โรยหน้าด้วยน้ำตาลเคี่ยวเป็นรูปต่าง ๆ ให้สวยงาม
     เกี่ยว กับขนมต่าง ๆ ที่ใช้ในพิธีแต่งงานสมัยโบราณนั้น พระยาอนุมานราชธน ได้กล่าวไว้ในภาคผนวก ของหนังสือเล่มเดียวกันนี้ หากต้องการรายละเอียดก็สามารถไปหาอ่านได้

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

เกณฑ์ในการพิจารณาในการเลือกใช้สีในวันงาน

   เมื่อ พูดถึงสีที่ใช้ในงานแต่งงานสีที่ เจ้าสาวและเจ้าบ่าวทุกคนที่จะต้องคิดถึงคือ สีขาว แต่งานแต่งงานก็ไม่ได้จำกัดอยู่ที่สีขาวสีเดียวเท่านั้น  เพราะเราสามารถเลือกใช้สีเพื่อแสดงถึงบุคลิกภาพ ความเป็นตัวตนของคุณ และรูปแบบของงานได้ ด้วยเช่นกัน และถ้าเรารู้จักการเลือกใช้สีในงานแต่งงาน สีก็จะช่วยสร้างอารมณ์ และความรู้สึกให้กับแขกที่มาร่วมงานสำคัญของคุณได้อย่างไม่รู้ลืมเลยทีเดียว
เกณฑ์ในการพิจารณาในการเลือกใช้สีในวันงาน

สถานที่จัดงาน สถานที่ที่คุณ เลือกใช้ในการจัดงานคือที่ใด มีรูปแบบลักษณะใดและโทนสีของสถานที่จัดเลี้ยง นั้นเป็น โทนใด ถ้าห้องที่ใช้จัดเลือกเป็นห้องทึบหรือสีเข้ม ก็ควรที่จะเลือกการใช้สีโทนอ่อนเข้ามาช่วยเพื่อลดความเข้มหรือทึบของห้องลง ไป ทำให้ห้องดูสว่างสดใสไปได้มากทีเดียว
อุปนิสัยของคู่บ่าวสาว ให้ลองดูง่ายๆว่าคุณทั้งสองเป็นอย่างไร แล้วมาเลือกใช้สีที่สื่อแสดงความเป็นตัวคุณออกมาได้ เพราะสีสามารถบ่งบอกความเป็นตัวคุณได้วิธีนึง
เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่ใช้ในวันงาน  เจ้าสาวส่วนมากจะนิยมที่จะใช้ชุดสีขาวในงาน เครื่องประดับที่สามารถเลือกใช้ก็สามารถเลือกได้หลากหลายทีเดียว แต่ถ้าชุดของคุณเป็นสีครีม เงิน หรือว่าทอง ฯลฯ ก็ควรที่จะเลือกใช้เครื่องประดับที่มีสีสันไม่แตกต่างจากชุดมากนัก(อย่าใช้ หลายสี)
ฤดูกาล จะ เป็นสิ่ง ที่คู่บ่าวสาวสามารถใช้เป็นแนวทางในเลือกสีที่ใช้ในวันงานเช่นกัน ถ้าคุณจัดงานแต่งงานในฤดูร้อน คุณสามารถเลือกสีสันสดใสหรือแนวสีพาสเทลนุ่มๆได้เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศใน ช่วงนั้น สำหรับผู้ที่จัดงานเลี้ยงกลางแจ้ง ปาร์ตี้ในสวยสวย การเลือกใช้สีในแนวนี้น่าสนใจมากเลยทีเดียว เพราะจะทำให้บรรยากาศดูสดใส สดชื่นและคลายร้อนให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานเลี้ยงของคุณแต่ถ้าเป็นฤดูหนาว หรือการจัดเลี้ยงในห้องจัดเลี้ยง การใช้สีทอง เงินและแดง ดูจะเหมาะสมมากกว่า เพราะจะดูหรูหรา สง่างาม
แสงสี นอก จากสี แล้วคุณยังสามารถเอาแสงมาช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกให้กับงานของคุณได้ด้วย โดยเฉพาะแสงสว่างจากเทียนไข แทนแสงสว่างจากการใช้แสงสว่างจากหลอดไฟธรรมดา แต่ต้องอย่าลืมนึกด้วยว่าแสงสว่างจากเทียนไขนั้นจะส่องสว่างเป็นโทนสีส้ม และอาจจะส่งผลกระทบต่อสีของดอกไม้ และสิ่งต่างๆที่ใช้จัดในงานด้วย
         เมื่อคุณสามารถกำหนดสี ที่ใช้ในวันงานได้แล้ว สิ่งที่จะต้องพิจารณาต่อไปคือ การเลือกใช้สีที่ใกล้เคียงกัน เพื่อช่วยให้เกิดความหลากหลายภายและน่าสนใจในงาน แต่ต้องอยู่ในโทนสีเดียวกันเจ้าสาวหลายๆคนชอบสีชมพูแต่สีชมพูอาจจะอ่อนเกิน ไปเราสามารถไล่ค่าสีมาช่วยให้เกิดความน่าสนใจได้มากขึ้น สีที่สามารถอยู่ร่วมกับสีชมพูได้คือ สีขาว และค่อยๆเพิ่มความเป็นชมพูได้มากขึ้นเรื่อยๆจนถึงชมพูเข้ม    
      เจ้าสาวอาจจะเลือกชุดและการแต่งกาย ในโทนสีชมพูอ่อน และตกแต่งสถานที่โดยการใช้สีชมพูที่เข้มกว่า การเพิ่มควรมีการไล่ระดับทีละนิดเพื่อไม่ให้ดูโดดมาเกินไป ถ้าอยากให้ดูหรูหรามากขึ้น คุณสามารถเติมสีเงินหรือสีทองแทนสีขาวได้เช่นกัน        ถ้าอยากให้เกิดความ น่าสนใจมากกว่านี้ คุณสามารถเลือกใช้สีอื่นได้มากกว่า 1 สี แต่ไม่เกิน 3 สี แล้วนำมาอยู่รวมกัน และต้องอยู่ในโทนใกล้เคียงกัน เช่น สีเหลือง สีเหลืองมะนาว สีส้ม, สีฟ้า สีม่วงแดง การจัดให้สวยควรจะมีสีอ่อน 1 สี และสีเข้ม 2 สี หรือจะจัดอย่างละเท่าๆกันก็ได้
 

*** ความหมายของสีต่างๆ ***


การเลือกใช้สีในงานแต่งงาน สีก็จะมีความหมายในตัวของมันเองด้วยเช่นกัน ดังนี้
  • สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ ความเชื่อถือ และความหวัง
  • สีชมพู หมายถึง ความรัก และเพศหญิง
  • สีเขียว หมายถึง ความเข้ากันได้ ความเอาใจใส่ ความสมดุล และความรักบ้าน
  • สีแดง หมายถึง ความหลงไหล ความสนุกสนาน เพศ
  • สีฟ้า หมายถึง ความผ่องแผ้ว ความสงบ ความ พักผ่อน
  • สีเหลือง หมายถึง ความมีชีวิตชีวา ความร่าเริง
  • สีม่วง หมายถึง ความรวดเร็ว ความหรูหรา ร่าเริง
การใช้สีเราจะใช้ได้ที่ ใดบ้างในงาน
       การใช้สีภายในงานสามารถ ใช้ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น ของใช้ทุกอย่างภายในงานแต่งงาน ผ้าปูโต๊ะ การห่อของชำร่วย การ์ด เมนูอาหาร ผ้าเช็ดปาก ดอกไม้ในวันงาน อาหาร ผลไม้ เครื่องดื่มที่ใช้ รวมถึง เสื้อผ้า รองเท้า ดอกไม้เลยทีเดียวและถ้าหากไม่มั่นใจก็แนะนำให้ลองทำภาพจำลองรูปแบบงานและการ ใช้สีลงไปในงานของคุณอย่างง่ายๆก่อน เพื่อที่คุณจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนและมั่นใจกับงานที่จะออกมามากขึ้นนั่นเอง ว่าที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวลองมาเลือกใช้สีในวันงานกันดีไหมคะ

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

จะเชิญใครบ้างมางานแต่ง

ไม่ เร็วเกินไปหรอกค่ะที่จะเริ่มพูดคุยปรีกษากันเรื่อง list ของแขกที่จะเชิญมางานแต่งของคุณ ก่อนที่คุณจะเชิญแขกมางานคุณควรจะปรึกษากับคู่ของคุณก่อนและช่วยกันตอบคำถาม ต่อไปนี้
ขนาดของงาน แต่งงานที่คิด ไว้เป็นอย่างไร
ก่อนอื่นต้องคุณและคู่ของคุณต้องเข้าใจตรงและมีความเห็นตรงกันก่อนว่างาน แต่งงานของคุณนั้นจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน รองรับแขกได้กี่คน
ใครบ้างคือคนสำคัญที่คุณ ต้องให้เค้ามามีส่วนร่วมในงานแต่งงานของคุณ
คุณ จะไม่มีทางรู้เลยว่าแขกคุณมามางานกี่คนจนกว่างานแต่งงานคุณจะเลิก เริ่มต้นคุณต้องนับจำนวนคนในครอบครัว ญาติๆ และเพื่อนสนิทของคุณก่อน คราวนี้คุณก็จะพอรู้จำนวนแขกที่เหลือที่คุณจะเชิญมาได้ ซึ่งอาจจะต้องมีบางคนที่ถูกตัดออกไปเพราะว่าสถานที่งานอาจจะไม่พอที่จะรอง รับจำนวนคนมี่มากเกินไป
ใครที่เราไม่อยากเชิญมา งานแต่ง
ควร มีการทำความเข้าใจและตกลงกันกับคู่ของคุณก่อนถ้าคุณไม่อยากให้เชิญ แฟนเก่า ของคุณมา ถึงแม้ว่าเค้าจะสนิทสนมกับคู่ของคุณ หรือเพื่อนสนิทของคุณก็ตาม แขกประเภทอื่นๆ ที่ไม่ควรเชิญ เช่น
- แขกที่จะพาคนอื่นที่เราไม่รู้จักมาด้วย (ซึ่งบางครั้งอาจจะเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับคุณได้อีกด้วย)
- คนที่ดื่มจัด และก็ไม่ได้สนิทกับคุณมากอีกด้วย
- คนที่เรารู้จักในแง่ธุรกิจ
- คนที่เคยมีเรื่องกับคุณหรือเคยมีปัญหาบาดหมางกับคุณ
ใครคือผู้ที่ออกค่าใช้ จ่ายให้งานแต่งของคุณ
ถ้า คุณพ่อคุณแม่เป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้งานแต่งคุณ คุณควรให้ความสำคัญกับแขกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการเชิญก่อน ซึ่งคุณควรปรึกษาท่านก่อนว่าแขกหรือเพื่อนๆที่ท่านจะเชิญมางานแต่งนั้นมี ประมาณกี่คน หากมีมากเกินไปหรือน้อยกว่าขนาดของงานแต่งงานที่คุณต้องการ ก็ต่อรองกับท่านได้ ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ แต่ถ้าหากคุณเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง มันก็จะง่ายขึ้น
คุณสามารถรับกับค่าใช้ จ่ายที่เกิดขึ้นได้มากแค่ไหน
หลัง จากที่คุณได้ทำการกำหนดงบประมาณสำหรับงานแต่งแล้ว (ขอให้มีความเป็นได้มากที่สุด) คุณก็จะพอรู้แล้วว่าจะเชิญแขกมาร่วมงานได้กี่คน ถามตัวคุณเองด้วยว่ามันจำเป็นมากหรือไม่ที่จะต้องเชิญแขกมามากมาย หรือต้องมีอาหารหรูหราจำนวนมากให้กับแขกใด้ชิมกัน แม้ว่างานแต่งจะเป็นในรูปแบบไหนก็ตาม ขอให้รู้ไว้ว่าแขกที่เพิ่มขึ้นมาก็คือเงินที่คุณจะต้องจ่ายเพิ่มในที่สุด ถ้าคุณมีงบประมาณไม่มากนัก ก็น่าจะเหมาะกับงานแต่งงานเล็กๆ น่ารักๆ

พรีเซนเทชั่นงานแต่งงาน...สำคัญหรือไม่

พรีเซนเทชั่นงานนอกจากเป็นสีสันของงานแต่งงานแล้วก็เปรียบเหมือน Highlight สำคัญของงานแต่งงาน    ซึ่งคู่แต่งงานแทบจะทุกคู่จะบอกเล่าเรื่องราวความรักของตนเองผ่านพรีเซนเท ชั่นพร้อมทั้งโชว์รูปแต่งงานสวยๆ จากสตูดิโอ ให้แขกในวันงานได้รับรู้ว่าคู่บ่าวสาวมีความเป็นมาอย่างไร สำคัญหรือไม่คู่บ่าวสาวไปคิดกันเอาเองนะคะ สำหรับผู้เขียนเองคิดว่าสำคัญค่ะและช่วยเพิ่มสีสันในวันงานได้ดีทีเดียวค่ะ ตอนที่แต่งงานอายมากไม่อยากยืนบนเวทีนานๆ ก็เลยทำพรีเซนเทชั่นให้แขกดูซะเลยจะได้ไม่โดยพิธีกรถามมากค่ะ
พรีเซนเทชั่นงานแต่งงานมีกี่แบบ อะไรบ้าง
ในปัจจุบันพรีเซนเทชั่นที่ใช้ในงานแต่งในตอนนี้น่าจะมี 3 แบบหลักๆ
แบบภาพนิ่ง มีลักษณะเหมือน Slide Show คือ นำเอาภาพถ่ายมาใส่ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวและเพิ่มเพลงหวาน ซึ้งๆ เพื่อทำให้ดูน่าสนใจ
แบบ การ์ตูน หรือ Cartoon Animation ผู้ทำจะออกแบบตัวการ์ตูนตามบุคลิกของคู่บ่าวสาว โดยมักจะวาดเป็น ภาพเหมือน ภาพล้อเลียน  อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับคู่บ่าวสาวแหละค่ะว่าชอบแบบไหน  ข้อดีก็คือไม่ต้องจัดฉากถ่ายทำ สามารถวาดภาพ Background ประกอบให้สวยยังไงก็ได้ค่ะ  นำมาตัดต่อกับภาพนิ่ง ก็ได้ภาพหวานๆ น่ารักๆ อีกแนวค่ะ
แบบมิวสิควีดีโอ หรือ MV  แบบนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้วค่ะว่ามีลักษณะเหมือนมิวสิควีดีโอ เน้นถ่ายทำสดๆ สัมภาษณ์คู่บ่าวสาวแล้วบันทึกเป็นวีดีโอ แล้วนำมาตัดต่อรวมกับภาพถ่าย ก็เก๋ไปอีกแบบค่ะ
คู่บ่าวสาวควรจะเลือกแบบไหนดี
คู่บ่าวสาวคือคนที่ควรจะทราบว่าตนเองอยากทำ Presentation แบบไหนดี ตัวแปรที่ใช้ในการตัดสินใจก็น่าจะมีดังนี้ค่ะ
Budget  หรือ งบประมาณ แน่นอนค่ะหากคุณมีงบประมาณไม่อั้น คุณสามารถเลือกได้ค่ะว่าต้องการทำแบบไหนจะเป็นแบบ MV ผสมกับภาพนิ่ง หรือ แบบการ์ตูนผสมภาพนิ่ง ทำได้ทุกอย่างค่ะ  จะทำอะไรให้หรูหรา อลังการ เท่าไหร่ก็ย่อมได้  แต่สำหรับคู่บ่าวสาวที่มีงบประมาณจำกัดแนะนำให้ทำเป็นแบบภาพนิ่งดีกว่าค่ะ ราคาย่อมเยาว์ที่สุดค่ะ เริ่มต้นที่ประมาณ 2,500 บาท แต่ผู้ทำส่วนมากจะใช้โปรแกรมสำเร็จรูปอันนี้ก็ต้องทำใจนะคะว่าจะไม่สามารถ ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ หรือถ้าอยากเป็นแบบการ์ตูนก็น่าจะเริ่มต้นที่ 5,000 บาท ค่ะ อัตราค่าทำคิดเป็นนาทีขึ้นอยู่กับว่าคู่บ่าวสาวต้องการให้การ์ตูนเคลื่อนไหว กี่นาทีค่ะ
Duration หรือ ระยะเวลา หากคู่บ่าวสาวมีการวางแผนล่วงหน้าไว้แต่เนิ่น ( 6 เดือนขึ้นไป ) ตัวแปรนี้คงไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน แต่หากมีเวลาเพียงแค่ 1 หรือ 2 เดือน อันนี้น่าคิดค่ะ ถ้าอยากให้งานออกมาดีและถูกใจแนะนำให้ติดต่อผู้ทำอย่างน้อย  2 เดือนล่วงหน้าค่ะ  หรือถ้าไม่มีเวลาจริงๆ ทำแบบภาพนิ่งใช้เวลาน้อยสุดค่ะ


ต้องเตรียมอะไรบ้างในการพรีเซนเทชั่น อันนี้สำหรับภาพนิ่งและการ์ตูนนะคะ

1.เรื่องราวความรัก ที่จะนำมาทำอนิเมชั่น
2.เพลง ที่ต้องการใช้ประกอบพรีเซนเทชั่น  แนะนำให้เลือกเพลงที่ช่วยเล่าเรื่องราวด้วยค่ะ มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับความรักของคู่บ่าวสาวค่ะ
3.รูปถ่ายเห็นใบหน้าของคู่บ่าวสาวชัดเจน เพื่อให้ทีมงานออกแบบ Character ค่ะ
4.ภาพถ่ายที่นำมาใช้ในพรีเซนเทชั่น

หลักเกณฑ์ในการเลือกผู้สร้างพรีเซนเทชั่น
อันนี้ต้องแล้วแต่คู่บ่าวสาวนะคะ ก่อนอื่นต้องขอดูตัวอย่างงานก่อนค่ะ ผู้สร้างงานแต่ละคนมีรูปแบบหรือสไตล์ในการทำงานไม่เหมือนกันเห็นได้ชัดจาก ตัวการ์ตูนที่วาด บางคนเน้นน่ารัก หวาน บางคนเน้นลายเส้นหนักไม่เน้นสวยงามแต่ออกแนวกวนๆ อันนี้นักวาดการ์ตูนแต่ละคนจะมีลักษณะเฉพาะของตนเองค่ะ ดังนั้นต้องดูตัวอย่างของงานเป็นหลัก  สิ่งถัดมาก็คือ Animate การทำให้ตัวการ์ตูนให้เคลื่อนไหวเข้ากับจังหวะของเพลง มุขตลกหรือการใส่เทคนิคที่ทำให้พรีเซนเทชั่นน่าสนใจไม่น่าเบื่อ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจของคู่รักแต่ละท่านนะคะ

ควรทำพรีเซนเทชั่นนานเท่าไหร่ดี

ระยะเวลาในการทำพรีเซนเทชั่นที่ดีไม่ควรเกิน 1 เพลง หรือ 5 นาทีค่ะ ต้องไม่ลืมว่าผู้ชมหรือแขกในงานจะสนใจที่จะทานอาหารหรือคุยกันมากกว่า ดังนั้นพรีเซนเทชั่นนอกจากจะต้องน่าสนใจดึงดูดความสนใจของแขกในงานแล้วต้อง ไม่นานจนเกินไปค่ะ เพราะแขกอาจจะเบื่อแล้วหันไปพูดคุยกันได้นะคะ แต่ก็ไม่ควรเร็วจนเกินไปจนทำให้ดูไม่รู้เรื่องค่ะ สำหรับตัวผู้เขียนแล้ว 1 เพลงกำลังดีค่ะ

Standee Board มีไว้เพื่ออะไร
โดยทั่วไปจะใช้สำหรับโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าเนื่องจากมีน้ำหนักเบาและใช้ งานง่าย แต่สำหรับงานแต่งงานเรานำมาประยุกต์ไว้ตั้งโชว์หน้างานเพื่อช่วยเพิ่มสีสรร ในวันแต่งงานของคุณค่ะ

ควรจะเปิดพรีเซนเทชั่นเวลาไหนดี

อันนี้ก็ไม่มีอะไรตายตัวเหมือนกัน แต่ส่วนมากจะเปิดก่อนที่คู่บ่าวสาวจะเดินเข้างานค่ะ เพื่อเป็นการแนะนำให้แขกได้ทราบว่าคู่บ่าวสาวทั้งสองมีประวัติความเป็นมา อย่างไร

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทิปของการเลือกทรงผมเจ้าสาว


ครั้งนี้เรามีทิปเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับทรงผมสำหรับ วันแต่งงาน มาฝากว่าที่คุณเจ้าสาวทั้งหลาย หวังว่าคงจะช่วยให้ สวยสมใจกันนะคะ
          การเลือกแบบทรงผม ควรให้เข้ากับชุดวิวาห์นั้น มีเคล็ดลับง่าย ๆ ค่ะ คือ ถ้าชุดเจ้าสาวของคุณ เป็นแบบเรียบหรู คลาสสิก ควรตกแต่ง ทรงผม ให้ดูวิจิตรตระการตา แต่ถ้าชุดแต่งงานเป็นแนวหรูหราอลังการ ก็ควรทำผมที่ดูเรียบง่าย หรือถ้ามั่นใจหน่อย จะให้แฟนซีนิด ๆ ก็ดีค่ะ
          สะสมรูปภาพทรงผม เจ้าสาวที่ชอบไว้ก่อน แล้วนำไปปรึกษา กับช่างผมมืออาชีพที่เชี่ยวชาญ เรื่องทรงผมเจ้าสาว ก่อนที่จะตัดสินใจ เลือกทรงใดทรงหนึ่ง เพราะบางทีผมเจ้าสาวบางทรงอาจไม่รับหน้า ไม่เข้ากับชุด หรือเวลาทำอาจยุ่งยาก ต้องใช้เวลามากกว่าที่คุณคิดไว้
          อย่าตัด หรือดัดผมสุดเปรี้ยว ที่กำลังมาแรงสุดอินเทรนด์อยู่เด็ดขาด จริงอยู่ว่า มันอาจดูเก๋ไก๋เป็นเจ้าสาวอินเทรนด์ แต่ลองนึกดูสิว่าสัก 10 ปีข้างหน้า คุณจะกล้าหยิบรูปวันแต่งงาน มาอวดใครอีกไหม เลือกทรงผมที่คลาสสิกดีกว่าค่ะ จะได้กล้าหยิบรูปมาให้ลูก ๆ ดูได้แบบไม่กระดากอาย
          คุณไม่จำเป็นต้องเลือกผมเกล้ามวยสูง เป็นเจ้าสาวในอุดมคติเสมอไป ควรเลือกทรงผมที่สบาย ๆ แต่ดูดี จะเหมาะสมกว่า เพราะจะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวล กับทรงผมที่ไม่คุ้นเคย และที่สำคัญถ้าคุณเลือกเครื่องประดับศีรษะ ที่เข้ากับคุณ จะทำให้ดูดีขึ้นมากกับผมที่ดูสบาย ๆ ค่ะ
          ถ้าอยากเกล้าผมเจ้าสาวกับเขาบ้าง ถ้าวันนี้ผมของคุณ ยังสั้นเกินกว่าจะเกล้าได้ อย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะเดี๋ยวนี้ เขามีแฮร์พีซต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสีสัน หรือแบบผมตรง ผมดัด ก็มีทั้งสิ้น เลือกมาต่อผมให้สวยงาม รับรองว่าได้ลุคใหม่ที่ใคร ๆ ก็ต้องประหลาดใจแน่นอน
          ถ้าเลือกที่จะเกล้าผม ขอให้แน่ใจว่าผมที่เกล้า เรียบร้อยแล้วนั้น ได้จัดทรงไว้อย่างอยู่ตัว ให้ถามช่างผมให้แน่ใจว่า ได้ยึดผมของคุณ ได้อย่างแข็งแรงแล้ว เพราะยามที่คุณขยับตัวไปมา ผมเกล้าอาจไหวและเสียทรงได้ ทางที่ดี ให้หากิ๊บดำตัวเล็ก และแฮร์สเปรย์ไว้ใกล้ตัวด้วยเผื่อแก้ไขทรงผมยามฉุกเฉินได้ ควรดูแลให้เส้นผม ของคุณแข็งแรง และดูมีสุขภาพดี ก่อนถึงวันวิวาห์ให้หมักผมด้วย Deep Conditioner ทุกวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หรือจะไปร้านซาลอน ที่มีการทำทรีทเม้นต์แบบมืออาชีพ (Professional Treatment) เพราะจะทำให้ผมของคุณ นุ่มสลวยเงางาม และช่วยให้จัดแต่งทรง ได้สวยงามยิ่งขึ้นค่ะ
          ถ้าคุณรู้สึกว่าทรงผมของคุณเอง ก็สวยงามดี ดูเหมาะกับตัวคุณอยู่แล้ว และไม่อยากไปเกล้าผม หรือทำทรง ที่ต่างออกไปมากมาย คุณก็สามารถทำผมทรงเดิม ของคุณนั้นก็ได้ เพียงเพิ่มความน่าสนใจ ให้กับผมด้วย ดอกไม้ หรือปิ่นปักผมสวย ๆ หรือผ้าคลุมผม มาตกแต่งก็ได้ค่ะ ถ้าคุณอยากสวมใส่ผ้าคลุมศีรษะ ก็ควรทำผมที่เหมาะกับ การสวมใส่ผ้าคลุมได้ง่าย เลือกทรงที่รวบมวยผมไว้สูงทางด้านหลังศีรษะ เพื่อให้สามารถวางผ้าคลุมได้สวยงาม และทำให้เห็นดีไซน์ของผ้าคลุม และทรงผมได้อย่างชัดเจนอีกด้วย
          ใช่ว่าเครื่องประดับผมเจ้าสาว จะต้องเป็นผ้าคลุมศีรษะเสมอไป ลองเลือกเครื่องประดับอื่น ๆ ที่ต่างออกไป อย่างดอกไม้สด ปิ่นประดับเพชรหรือพลอยสีหวาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ได้ผมเจ้าสาว ที่แปลกใหม่ในสไตล์ที่เป็นตัวคุณ อย่าสวมใส่เครื่องประดับศีรษะ มากเกินความจำเป็น ชนิดที่ยกสวนดอกไม้มาครึ่งสวน ขนตู้เพชรพลอยมาประโคมแต่ง แต่ควรเลือกแต่งแค่พอสวยงาม ให้ดูเข้ากับคุณอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด อย่าลืมว่าภายในงาน คุณต่างหาก ที่ควรเป็นจุดสนใจ ไม่ใช่ทรงผม หรือเครื่องประดับ ทั้งหลายของคุณ
          เวลาที่ไปเลือกชุดแต่งงาน บางทีคุณอาจได้ชุด ที่สวยถูกใจ แต่หลงลืมทดลอง ทำผมเจ้าสาวดูด้วย เพราะชุดแต่งงาน และทรงผมที่เลือกควรเข้ากัน ดังนั้นเพื่อให้ เป็นวันสุดพิเศษ อย่างวันแต่งงาน ก็ควรลองทำผมด้วย ในตอนที่ไปลอง ชุดเจ้าสาวนะคะ จะเลือกทรงผมให้ดี ก็ต้องพิจารณา ดินฟ้าอากาศกันเสียด้วย โดยเฉพาะ ใครที่จัดงานกลางแจ้ง มิฉะนั้น อาจทำให้ผมคุณพังไม่เป็นท่าได้ อย่างช่วงหน้าหนาว ลมแรง ควรเลือกทรง ที่เกล้าเก็บผมไว้ทั้งหมด ดีกว่าค่ะ หรือในช่วงหน้าร้อน ที่สายลมแสงแดดรุนแรง ก็อย่าทำผมดัด เป็นลอนเชียวค่ะ เพราะนอกจากจะน่ารำคาญ เวลาเหงื่อออกแล้ว ยังกระเซอะกระเซิงได้ง่ายอีกด้วย
          ตอนออกจากบ้านไปร้านแต่งผม ให้เลือกสวมเสื้อเชิ้ตไปดีกว่า อย่าใส่เสื้อยืดคอกลมนะคะ เพราะเวลาจะถอดออก อาจทำให้เมคอัพเลอะ และผมเสียทรง เสื้อเชิ้ตจะถอดออกได้สะดวกกว่า และไม่ทำให้ผมเสียทรง ในยามที่ต้องเปลี่ยนชุด ไปใส่ชุดเจ้าสาวค่ะ

ที่มา 88db