จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การแต่งงาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การแต่งงาน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

เทคนิคการเลือกของชำร่วย

ของชำร่วย เป็นเสมือนของขวัญแทนใจจากคู่บ่าว สาว เป็นของระลึกแทนคำขอบคุณสำหรับแขกที่มาร่วมงาน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าบ่าว-สาว ควรเลือกสรรอย่างพิถีพิถัน เพราะจะเป็นบ่งบอกความเป็นตัวเองของคู่ บ่าวสาวด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้มีหลักในการเลือกของชำร่วยอย่างง่ายๆ ดังนี้ คือ

1. เลือกให้เข้ากับ Theme งานของคุณ โดยอาจพิจารณาจากโทนสี หรือสไตล์ เช่น เป็นงาน Indoor ในโรงแรมหรู หรือ Outdoor ที่สนามหญ้าหรือชายหาด เป็นต้น
2. ค้นหาสไตล์ที่ชอบโดยดูข้อมูลคร่าวๆ ผ่านเว็ปไซต์ หรืออาจสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากญาติๆ หรือ เพื่อนสนิท ที่เคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว
3. พิจารณาจากงบประมาณที่วางไว้ โดยเปรียบเทียบราคาสินค้าแต่ละร้าน ซึ่งของชำร่วยโดย ส่วนมากมักมีราคาตั้งแต่ 3-5 บาท จนถึงของมีค่าราคานับร้อยบาท ถ้าต้องการสั่งทำเป็นกรณี พิเศษ ทั้งนี้ หากต้องการประหยัดงบประมาณ ราคาไม่เกิน 10 บาท/ชิ้น ยกเว้นในกรณีที่อาจจะมีแขกพิเศษ ที่เป็นผู้ใหญ่มาร่วม งานด้วย ก็อาจจะสั่งทำเป็นพิเศษเฉพาะแขกพิเศษท่านนั้นก็เป็นได้
4. การสั่งทำของชำร่วยอาจคำนวณเพิ่มจากจำนวนการ์ดที่ สั่งพิมพ์ ประมาณ 5-10% เพราะในกรณีที่ของชำร่วยสวยถูกใจ มากเป็นพิเศษ แขกบางคนที่ค่อนข้างสนิทสนมกัน อาจขอเพิ่ม อีกได้

การเตรียมการ์ดแต่งงาน

การ์ดแต่งงานเป็นเสมือนตัวแทน กล่าวเชื้อเชิญบุคคลสำคัญ เปรียบเสมือนพยานแห่งรักของคุณ ซึ่่งเป็นสาส์นบอกเล่าให้ทุกคนทราบ ถึงรายละเอียดของพิธีแต่งงาน ครั้งนี้ การ์ดแต่งงานหรือบัตรเชิญจึงปราการด่านแรก ที่สร้างความประทับใจแรกที่ผู้ร่วมงานสัมผัสได้ และรูปแบบการ์ดยังแสดงถึงเอกลักษณ์ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ครอบครัวทั้งสองฝ่าย เช่นความหรูหรา ความเรียบง่าย หรือความสดใสความสนุกสนานเป็นกันเอง การ์ด แต่งงานจึงมีความสำคัญมากกว่า จดหมายแจ้งข่าว ในวาระสำคัญเช่นนี้ เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลาอันมีค่าช่วงก่อนงานแต่งงาน ควรเตรียมรายละเอียดที่จะระบุในการ์ดแต่งงาน และวางแผนการดำเนินงานตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้.

       การเตรียม ข้อมูลในการ์ดแต่งงาน และจำนวนการ์ด
       รายชื่่อ บุคคลสำคัญต่าง ๆ ที่ท่านต้องจัดพิมพ์การ์ด เช่น เริ่มจากประธาน(ถ้ามี), ชื่่อ-สกุลเจ้าภาพ ฝ่ายเจ้าบ่าว-เจ้าสาว, ชื่่อ-สกุลเจ้าบ่าว-เจ้าสาว, สถานที่จัดงาน, รวมถึงงานหมั้น(ถ้ามี), ลักษณะการจัดเลี้ยง เช่น ค็อกเทล บุฟเฟ่ต์ หรือโต๊ะจีน และจำนวนการด์ที่ต้องใช้

       
การเตรียมรายชื่อแขกที่มาร่วม งาน
       
ตรวจสอบ ความถูกต้องของการสะกดรายชื่่อแขกสำหรับพิมพ์ลงบนซอง สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ ความถูกต้องของข้อมูลบนการ์ด เช่นความถูกต้องของการสะกดชื่อ - สกุล รายชื่อแขกที่สำหรับพิมพ์ลงบซอง การตรวจทานก่อนการพิมพ์ จึงควรทำอย่างพิถีพิถัน โดยช่วยกันทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเนื่องจากข้อมูลมักจะได้มาจากทั้งสอง ฝ่าย
       สำหรับ ระยะเวลาการผลิตมักขึ้นอยู่กับความยากง่ายของการ์ด จึงควรติดต่อกับผู้ผลิตการ์ดแต่งงานแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนวันแต่ง อย่างน้อย 4 - 6 สัปดาห์
       ที่สำคัญที่สุดคุณควรหาร้านที่ไว้ใจได้ในการ พิมพ์การ์ดของคุณ ทั้งคุณภาพ ราคา และการตรงต่อเวลาสิ่งเหล่านี้ถือ เป็นสิ่งที่สำคัญในการเลือกหรือตัดสินใจการผลิตสาส์นรักของคุณครั้งนี้

     ท้ายนี้ ขออวยพรให้คู่บ่าว-สาว ทุกคู่ ผ่านงานที่สำคัญที่สุึดในชีวิตคุณ ไปได้ด้วยดี และราบรื่น สมดังตั้งใจไว้
และขอให้ชีวิต คู่ ของท่าน ประสบแต่ความสุข ความเจริญ ยิ่งๆ ขึ้นไป

การดูฤกษ์แต่งงาน

ฤกษ์การแต่งงาน ถือเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต ซึ่งเป็น การตัดสินใจ ระหว่างคน 2 คน ที่จะดำเนินชีวิตร่วมกัน การที่คู่แต่งงาน จะประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ นอกจากการ
ประคับประคอง การปรับตัว และดำเนินชีวิตอย่างถูกหลักของชีวิตแล้ว คนไทยแต่โบราณ ยังเชื่อกันว่าฤกษ์มีส่วนทำให้ การกระทำกิจใด ๆราบรื่นและประสบความสำเร็จ
ไปได้ด้วยดี เรื่อง ฤกษ์แต่งงาน ก็เช่นเดียวกัน ตามตำราโหราศาสตร์ กล่าวถึงการหาฤกษ์ ตั้งแต่ สู่ขอ ยกขบวนขันหมาก ไปจนถึงฤกษ์ส่งตัว
การหาฤกษ์แต่งงาน จะดูทั้งวัน เดือน ปี ที่สมพงศ์กันระหว่าง บ่าว – สาว คำว่า “สมพงศ์” นั้น หมายความว่า การร่วมวงศ์ตระกูลกัน หรือการแต่งงานนั่นเอง
  • คนไทยนิยมจัดพิธีแต่งงานในเดือนคู่ ตามปฏิทินจันทรคติ และวันที่เหมาะสำหรับ จัดพิธีแต่งงานมากที่สุด คือ วันศุกร์ เพราะมีเสียงพ้องกับคำว่า “สุข”
    เชื่อว่าจะทำให้ครอบครัว มีความสุข ความเจริญ และยิ่งถ้าได้จัดในวัน อธิบดี และ วันธงชัย ก็จะยิ่งดี
  • วัน ที่คนไทยห้ามจัดแต่งงานคือวันอังคาร และ วันเสาร์ เพราะถือว่าเป็น “วันแรง” และวันพุธ ก็ถือว่าชื่อของวันมีความหมายเป็นวันแรงเช่นเดียวกัน
    อย่างไรก็ตาม วันที่มีฤกษ์ดีเลิศเหล่านี้ มีเพียงไม่กี่วัน ใน 1 ปี สำหรับคู่แต่งงานบางคู่ ที่ไม่อยากรอฤกษ์นาน ก็อาจจะถือเอา “ฤกษ์สะดวก” คือ ปลอดจากฤกษ์ไม่ดีทั้งหลาย
รายละเอียดของฤกษ์แต่งงาน
ฤกษ์แต่งงาน เป็นฤกษ์ที่มีพิธีรีตองมากกว่า ฤกษ์มงคล อื่นๆ เริ่มตั้งแต่ ฤกษ์หมั้น, ฤกษ์วันแต่งงาน, บางรายต้องหา ฤกษ์ขันหมากตอนเช้าก่อนเที่ยง, ฤกษ์รดน้ำ, เรียงหมอน ฯลฯ
การด ูฤกษ์แต่งงาน ของคู่บ่าวสาว จะต้องมีการนำดวงชะตาของทั้งสอง มาวางฤกษ์ไม่ให้จันทร์จร เป็นอริ มรณะ และวินาศกับ ดวงชะตาและจันทร์เดิมและไม่วางลัคนา ดวงฤกษ์ต้องไม่เป็นอริ มรณะ กับดวงชะตาเดิม และ วินาศกับคู่บ่าวสาว
โบราณท่านแสดงถึงการให้ ฤกษ์มงคล ที่ดี
  • ให้ใช้ดิถี 3, 5, 6, 7, 10, 11, 12 ดี
  • เดือนให้ใช้เดือน 1, 2, 5, 6
  • ฤกษ์ที่ให้ได้ ฤกษ์ 4, 5, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 19, 21
  • ลัคนา ฤกษ์ ให้อยู่ในราศี พฤษภ เมถุน กันย์ ตุลย์ ธนู กุมภ์ ดี และต้องให้พระจันทร์เป็นชอบแก่ลัคนา คือ ไม่เป็นอริ มรณะ และ วินาศแก่ลัคนา
เดือนที่ห้ามให้ฤกษ์ แต่งงาน
เดือน   6 เดือน   3 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 4 ค่ำ
เดือน   7 เดือน   10 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ
เดือน   5 เดือน   8 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 6 ค่ำ
เดือน   11 เดือน   2 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 12 ค่ำ
เดือน   9 เดือน   12 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 10 ค่ำ
เดือน   1 เดือน   4 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ
วันที่ห้ามให้ฤกษ์ แต่งงาน
วันอาทิตย์ ห้าม ขึ้น / แรม 12 ค่ำ
วันจันทร์ ห้าม ขึ้น / แรม 11 ค่ำ
วันอังคาร ห้าม ขึ้น / แรม 7 ค่ำ
วันพุธ ห้าม ขึ้น / แรม 3 ค่ำ
วันพฤหัสบดี ห้าม ขึ้น / แรม 6 ค่ำ
วันศุกร์ ห้าม ขึ้น / แรม 12 ค่ำ
วันเสาร์ ห้าม ขึ้น / แรม 12 ค่ำ
วันจมไม่ดี
เดือน  5, 10 วันพฤหัสบดี วันจม
เดือน  1, 6 วันอาทิตย์ วันจม
เดือน  7, 2 วันจันทร์ วันจม
เดือน  8, 3 วันอังคาร วันจม
เดือน  9, 4 วันพุธ วันจม
เดือน  11 วันศุกร์ วันจม
เดือน  12 วันเสาร์ วันจม

เคล็ดลับจัดงานแต่งไม่สิ้นเปลือง

มื่อความรักกับเงิน ในกระเป๋าเดินสวนทางกัน คุณจะเลือกจัดงานแต่งงานแบบหน้าใหญ่ประเภทขี่ช้างจับตักแตนแล้วนั่งเกี่ยง กันชำระค่างวดหลังแต่งงาน หรือจะเลือกจัดงานแต่งงานแบบพอเพียง แล้วชื่นมื่นกับซองช่วยงานที่ช่วยให้คุณเริ่มต้นชีวิตคู่ได้อย่างเพียงพอ เพราะเหตุผลที่แท้จริงของการแต่งงานคือ ‘การให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝ่าย และเพื่อให้คนรู้จักได้รับทราบว่าเราแต่งงานอยู่กินกันอย่างถูกต้องและเปิด เผย’
การจัดงานแต่งงานจึงเป็นเรื่องของคู่แต่งงานที่แทบไม่ได้ส่งผลอะไรกับแขกที่ มาร่วมงานสักเท่าไหร่ ต่อให้จัดงานให้หรูหราฟุ่มเฟือยสักแค่ไหน ไม่ทันข้ามวัน หรืออย่างดีก็พูดถึงไม่เกิน 2 วันแขกก็ลืมไปแล้วว่าบรรยากาศในงานเป็นอย่างไร…รู้อย่างนี้แล้วจะจ่าย แพงกว่า (เพื่อหวังเอาใจแขก) ไปทำไม ในยุคน้ำมันลิตรละ 30 บาท มาม่าซองละ 6 บาทแบบนี้ คิดจะทำการอะไรก็ต้องรัดเข็มขัดกันหน่อย WE ฉบับนี้จึงรวบรวมสารพัดวิธีรัดเข็มขัดให้คุณจัดงานแต่งงานแบบประหยัดแถมได้ กำไรมาฝากโดยเพิ่มเติมจาก WE ฉบับเดือน พ.ย.2550 ที่ได้เสนอแนวทางการจัดงานแต่งงานแบบประหยัดไปบ้างแล้วคือ เตรียมวิ สกี้ไปเอง, เลือกสไตล์งานให้สบายกระเป๋า, ใช้ดอกไม้โรงแรมคุ้มกว่า, เพื่อนกันร้องเพลงให้ถูกเงินดี, MP3 ช่วยได้ ประหยัดหลายตังค์, จัดงานหน้าโลว์ ถูกกว่าเห็นๆ, นับแขกก่อนสั่งอาหาร, กล้องดิจิตอลถูกกว่าฟิล์ม, สั่งเค้กของโรงแรมถูกกว่าชัวร์ ทำตามนี้ได้ก็เรียกว่าประหยัดเงินได้เยอะ
แต่ฉบับนี้ WE จะช่วยให้คุณประหยัดแบบมีกำไรติดกระเป๋าด้วยอีกต่างหาก
1. รีบแต่งงานก่อนคุณพ่อคุณแม่ “แซยิด” (อายุ 60ปี)
แต่งงานในช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ยังทำงานอยู่ดีที่สุด ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ทำงานในสายราชการ รัฐวิสาหกิจยิ่งต้องรีบ เพราะส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่ที่ยังทำงานอยู่ในหน่วยงานของรัฐบาลจะมีอายุงาน เกิน 10 ปีขึ้นไปแทบทั้งนั้น และตลอดช่วงเวลาที่ทำงานมา ท่านคงสนับสนุนใส่ซองช่วยงานเพื่อนๆ ไว้ไม่มากก็น้อย และตามธรรมเนียมคนไทย เมื่อเราใส่ซองช่วยงานใครไว้เท่าไหร่ เวลาเราจัดงานเขาจะใส่ซองกลับมาให้มากกว่าที่เราเคยใส่เล็กน้อย และที่ต้องรีบแต่งก่อนท่านเกษียรณก็เพราะสะดวกในการแจกซอง และตามเก็บซองคนที่มาร่วมงานไม่ได้ในวันถัดไปได้แบบไม่เขินเท่ากับตอนที่ เกษียรณไปแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นอานิสงส์ที่ทำให้ลูกหลานยิ้มแก้มปริ เมื่อเห็นจำนวนแขก และจำนวนซองที่ได้รับ และเป็นที่มาว่าทำไมเวลาลิสต์รายชื่อแขกจึงต้องยึดแขกของผู้ใหญ่เป็นอันดับ แรก
2. สถานที่จัดงานใกล้-ไกลมีผลทั้งนั้น
WE ได้เคยเสนอเทคนิกการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับเงิน ในกระเป๋าไปแล้วว่า ควรเลือกแต่งงานหน้าโลว์ซีซั่น อย่างเช่นราคางานจัดเลี้ยงของโรงแรมเพนนินซูลา คิดราคาช่วงไฮซีซันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม ราคาเริ่มต้นที่ 350,000-480,000 บาท (ขึ้นอยู่กับชนิดของห้องจัดเลี้ยง) แต่ในหน้าโลว์ซีซันคือตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนตุลาคม ราคาจะเริ่มต้นที่ 300,000-450,000 บาท ถูกกว่าเห็นๆ
แต่ถ้านับเงินในกระเป๋าแล้วเหลือน้อยเกินไปที่จะเลือกจัดงานแต่งงานในโรงแรม แนะนำให้เลือกจัดงานที่สโมสรหรือร้านอาหารจะช่วยประหยัดได้อีกโข อย่างเช่นที่นันทอุทยานทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ถนนอิสรภาพ เขตบางกอกน้อย เป็นอาคารขนาดใหญ่ มีที่จอดรถกว้างขวาง รับจัดเลี้ยงงานแต่งงานแบบบุฟเฟ่ต์และโต๊ะจีน รับคนได้ตั้งแต่ 500-600 คนขึ้นไป ราคาจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์เริ่มต้นที่ 330-380 บาทต่อคน แบบโต๊ะจีน รองรับได้ตั้งแต่ 20-60 โต๊ะ ราคาเริ่มต้นโต๊ะละ 2,950-4,500 บาท แต่ถ้าคุณมีคุณพ่อคุณแม่หรือญาติๆ เป็นรับราชการทหารจะได้สิทธิ์รับส่วนลดพิเศษอีก ช่วยเซฟเงินได้อีกเยอะ หรือจะจัดงานแต่งงานในร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม อย่างเช่นภัตตาคารมังกรหลวง ย่านบางนา (ใกล้ไบเทคบางนา) เป็นภัตาคารอาหารจีนที่มีสถานที่ใหญ่โต กว้างขวาง และหรูหราด้วยสถาปัตยกรรมการตกแต่งแบบจีน ทำให้มีวิวถ่ายรูปในบรรยากาศแบบจีนๆ มากมาย จุคนได้มากถึง 550 คน โดดเด่นด้วยการจัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน ราคาเริ่มต้นที่ 3,200 บาทจนถึง 6,500 บาท
และถ้าคุณมีแขกน้อยแค่ 50-80 คนเลือกจัดงานในร้านอาหารรับรองคุ้มสุดๆ เลือกร้านอาหารเก๋ๆ อย่างร้าน The Tank Aqua Cafe & Restaurant ซอยเอกมัย  จัดปาร์ตี้แต่งงานรับรองถูกใจเพื่อน บรรยากาศของร้านเป็นร้านกระจกเก๋ๆ ตั้งอยู่กลางสวนสวย สำหรับสนนราคานั้น รับรองถูกกว่าการจัดงานในโรงแรมเป็นไหนๆ ในขณะที่รูปแบบการจัดงานไม่แตกต่างกัน เพราะมีให้เลือกทั้งแบบคอกเทลและแบบบุฟเฟ่ต์ แต่ถ้าจะเลือกจัดงานแบบประหยัดควรเลือกจัดงานวันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ ราคาตกอยู่ที่ 50,000 บาท (ราคานี้รวมค่าสถานที่ ค่าอาหาร 10 อย่าง ค่าซอฟดริ้งก์) แต่ถ้าเลือกจัดงาน เสาร์-อาทิตย์ ต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 100,000 บาท
แค่นั้นยังประหยัดไม่พอ เพราะต้องเลือกโลเกชั่นให้เหมาะสมด้วยถึงจะถือว่าประหยัดได้สุดๆ เริ่มจากนำรายชื่อแขกที่คาดว่าจะเชิญมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่ าเป็นแขกของใคร อย่างเช่นเมื่อนับแล้วแขกส่วนใหญ่เป็นแขกที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่ก็ควรเลือก โรงแรมหรือหาสถานที่จัดงานใกล้ๆ ที่ทำงานของท่าน ทั้งนี้เพื่อเอาใจให้แขกส่วนใหญ่เดินทางมาร่วมงานได้สะดวก
3. เลือกเชิญแขกคุณภาพ
การลิสต์รายชื่อแขกเป็นเรื่องสำคัญ อย่าคิดว่าเชิญมากแล้วจะได้หน้าว่ากว้างขวางรู้จักคนเยอะ และหวังเก็บซองได้มาก ให้คิดว่าเชิญแขกมากเท่าไหร่ ค่าอาหารก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว และถ้าคุณจัดงานแบบโต๊ะจีนยิ่งต้องเลือกเชิญแขกให้มากเป็นพิเศษ เพราะถ้าได้แขกประเภทแจกซองเดียวมาหมดบ้าน 7 คน แต่ช่วยใส่ซอง 300 บาทมีหวังต้องจัดโต๊ะเสริมให้แขกท่านอื่นๆ ที่มาทีหลัง แทนที่จะได้เก็บซองช่วยงานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับต้องมานั่งดีดลูกคิดจ่ายเงินเพิ่มแบบไม่ได้วางแผนไว้แน่ๆ “การเลือกเชิญแขกถึงแม้จะดูเป็นการเลือกปฎิบัติ แต่ก็ควรทำ เพราะไม่อย่างนั้นจะกระเทือนถึงเงินในกระเป๋าของเราได้” คุณโน้ต-อริสา ผู้เคยผ่านประสบการณ์การแต่งงานมาแล้วเห็นด้วยกับการเลือกเชิญแขก พร้อมเล่าเพิ่มเติมว่า “ตอนแรกคิดแค่ว่าอยากให้มีคนมางานเราเยอะๆ เจอใครก็แจกการ์ด ถึงวันงานมีคนมาร่วมงานเยอะสมใจ แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่มีทั้งแบบมาเดี่ยว มาคู่สามี-ภรรยา และมากันเป็นครอบครัวคือมีทั้งสามี ภรรยา ลูก และหลาน บางครอบครัวมากัน 5 คน บางครอบครัวถือโอกาสมาทานอาหารเย็นที่งานแต่งงานของเรา นับได้ประมาณ 8 คนก็มีแล้วรูปแบบการจัดงานของเราเป็นแบบโต๊ะจีน ครอบครัวไหนที่มากันเยอะ ก็ต้องยกโต๊ะให้ทั้งโต๊ะ เพราะถึงแม้จะมีที่เหลือคนอื่นก็คงไม่กล้าเข้าไปนั่งด้วย แต่พอจบงาน นั่งเกาะซองปรากฎว่าโต๊ะที่ขนกันมาทั้งบ้านใส่ซองให้ 1,000 บาท ในขณะที่บางคนมาคนเดียวใส่ซองให้เท่ากัน”
4. การ์ดเชิญและของชำร่วยแบบ DIY
ถ้าคุณรู้ ล่วงหน้า และมีเวลาเตรียมงานแต่งงานนาน คุณโอมเพี้ยง สไตล์ลิสต์และเจ้าของไอเดียเจ๋งๆ ในคอลัมน์ Wedding Idea ของ WE แนะนำให้ทำการ์ดเชิญและของชำร่วยแบบ DIY แทนการซื้อสำเร็จรูปจากร้าน เพราะของสำเร็จรูปที่วางขายตามร้านมักบวกค่าออกแบบ ค่าการตลาด และค่าเช่าร้านไว้ในของแล้ว ราคาจึงแพงกว่าของที่ทำเองมาก
คุณโอมเพี้ยงบอกว่า “ของชำร่วยแบบทำเองช่วยให้คุณประหยัดได้ก็จริง แต่ก็ขึ้นกับองค์ประกอบของความต้องการด้วย อย่างเช่นบางคนต้องการของดี หรูหรา ราคาก็ต้องแพงเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าคุณต้องการของชำร่วยแบบเรียบง่าย เพื่อมอบเป็นของระลึกแทนคำขอบคุณที่มาร่วมงาน จะช่วยประหยัดเงินได้อีกมาก
อย่างเช่นถ้าคุณแต่งงานช่วงหน้าหนาว มอบผ้าพันคอผืนเล็กๆ เป็นของชำร่วยเหมาะที่สุด วิธีการคือซื้อผ้าป่านที่สำเพ็ง นำมาตัดเป็นเส้นเล็กๆ ขนาดฝ่ามือ ผ้า 1 เมตร ควรตัดเป็นเส้นได้ 5 เส้น ไม่ต้องเย็บเก็บชายผ้าให้ยุ่งยาก ปล่อยชายผ้าให้ลุ่ยตามธรรมชาติ หาลายน่ารักๆ ให้ร้านเพ้นต์เสื้อขึ้นบล็อกสกรีนให้ แล้วเพ้นต์ลายที่ปลายผ้าทั้ง 2 ข้าง เมื่อเสร็จนำมาม้วนให้เป็นกอนกลม ซื้อโบแบบม้วนเส้นเล็กๆ จากสำเพ็งมาผูกโบให้สวย เท่านี้คุณก็จะได้ของชำร่วยน่ารักไม่ซ้ำใครในราคาเบาๆ กระเป๋าแล้ว


 นิตยสาร We  คอลัมน์ We advice เดือนเมษายน 51

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ตัวอย่างพร็อพงานแต่ง


















ขอบคุณภาพจาก Inter net

บริการจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่




ไม่มีเขตใหนรับเปิดให้บริการจดทะเบียนสมรสในวันเสาร์จ๊ะ นอกจากจะเป็นวันพิเศษ ซึ่งตรงกับเทศกาลวันวาเลนไทน์ ส่วนเรื่องการจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ คู่สมรสต้องยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนในเขตที่ตนเองประสงค์จะจดทะเบียนสมรส รอการอนุมัติจากนายทะเบียนค่ะ (นายทะเบียนในที่นี้หมายถึงนายอำเภอ) หลังจากนั้นคู่สมรสต้องยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นการจดทะเบียนสมรสกับต่างชาติ เจ้าหน้าที่จะขอตรวจสอบเอกสารในเบื้องต้นให้ครบถ้วนถูกต้องก่อน ระบุวันเวลาที่ประสงค์จะทำการจดทะเบียนสมรสที่แน่นอน เนื่องจากปัจจุบันเป็นการบันทึกข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หากเอกสารพร้อมเจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกข้อมูลเข้าระบบ พริ้นท์ทุกอย่างออกมา และนำไปมอบให้แก่คู่สมรส  การจดทะเบียนสมรสนอกสำนักทะเบียนจะมีค่าใช้จ่าย 200 บาท พร้อมพาหนะรับ-ส่ง เจ้าหน้าที่และนายทะเบียนค่ะ

วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ขั้นตอนในการทำพิธีรดน้ำ

 

ความเป็นมาของหอยสังข์ที่นำมาใช้ในพิธี คุณเคยคิดสงสัยไหมว่า ทำไมต้องใช้หอยสังข์เป็นภาชนะใส่น้ำมนต์หลั่งอวยพรให้คู่บ่าวสาว ในสมัยโบราณมีความเชื่อว่า หอยสังข์เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 14 อย่าง อันเกิดจากกวนเกษียรสมุทรของเหล่าเทวดาและอสูร บางเชื่อว่าครั้งหนึ่งสังข์อสูรได้ลักเอาพระเวทไปซ่อนไว้ในหอยสังข์ พระนารายณ์ได้อวตารไปปราบและสังหาร แล้วทรงล้วงเอาพระเวทออกมาจากสังข์ ทำให้ปากหอยสังข์มีรอยพระหัตถ์ของพระนารายณ์ จึงถือกันว่าสังข์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะเคยเป็นที่รองรับพระเวท การนำมาใส่น้ำมนต์รดให้คู่บ่าวสาว เชื่อกันว่าเป็นสิริมงคล

เมื่อคู่บ่าวสาวสวมแฝดมงคล และนั่งพนมมือคู่กันในที่จัดไว้แล้ว จะมีคนคอยตักน้ำพระพุทธมนต์เติมในสังข์ เพื่อส่งให้ผู้ที่จะรดน้ำอวยพร โดยเริ่มจากพ่อแม่ของคู่บ่าวสาว หรือญาติผู้ใหญ่ ตามลำดับ นิยมรดใส่ในมือให้เจ้าสาวก่อน แล้วจึงรดให้เจ้าบ่าว และกล่าวอวยพรให้คู่บ่าวสาวประสบความสุขความเจริญ อยู่ด้วนกันจนแก่เฒ่าถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ขณะรดน้ำสังข์ พระสงฆ์จะสวดชยันโต เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว แต่ในปัจจุบัน นิยมทำพิธีรดน้ำกันตอนเย็น ก่อนเวลากินเลี้ยงฉลองสมรส ซึ่งมักจะจัดที่โรงแรม หรือหอประชุม หากจะให้มีพระสวดชยันโตในเวลารดน้ำต้องนิมนต์พระมาด้วย
มีเคล็ดลางเกี่ยวกับพิธีรดน้ำสังข์ คือหลังจากพิธีรดน้ำสังข์เสร็จแล้ว หากฝ่ายใดลุกขึ้นยืนก่อน ฝ่ายนั้นจะได้เป็นผู้ที่อยู่เหนือคู่ครองของตน เช่น เจ้าสาวลุกขึ้นก่อน สามีจะกลัว หากถือมากเกินไปคงจะวุ่นวายน่าดูเลย หลังจากเสร็จพิธีรดน้ำต่างตนต่างรีบลุก ควรช่วยกันประคองกันแบบนี้จะดีกว่า แถมดูแล้วน่าประทับใจ
สมัยโบราณ ในพิธีการแต่งงานจะไม่มีการรดน้ำสังข์ แต่จะมีพิธีซัดน้ำ พระสงฆ์จะเป็นผู้ทำพิธี โดยตักน้ำมนต์ในบาตรซัดสาดใส่คู่บ่าวสาว บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งมีอยู่หลายคู่ แกล้งนั่งห้อมล้อมให้คู่บ่าวสาวนั่งเบียดกันชิดกัน การซัดน้ำนี้บางทีซัดจนเปียกปอนต้องเปลี่ยนชุดหลังเสร็จพิธี แบบนี้ก็น่าสนุกไปอีกแบบ

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พิธีการปูที่นอนและส่งตัวเจ้าสาว

 


พิธีการส่งตัวมักทำกันตอนกลางคืน ถ้าหากมีการเลี้ยงฉลองสมรสตอนกลางคืน จะต้องมีการเลิกก่อนถึงฤกษ์ส่งตัวเล็กน้อย เพื่อคู่บ่าวสาวจะได้มีเวลาเตรียมตัว พ่อแม่ของฝ่ายเจ้าสาวจะจะเชิญผู้มีเกียรติ ซึ่งเป็นคู่สามีภรรยาอาวุโส ให้ทำพิธีปูที่นอนในห้อง หรือเรือนหอ ผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องเป็นคู่สามีภรรยาที่แต่งงานอยู่กินกันมาจนแก่เฒ่า มีฐานะดีและมีลูกหลานที่เลี้ยงง่ายและลูกๆ ยังมีชีวิตอยู่ทุกคน
การทำพิธีปูที่นอน ในปัจจุบันทำพอเป็นพิธี เพราะว่าได้มีการจัดเตรียมไว้ก่อนวันแต่งไว้เรียบร้อยแล้ว ครั้นพอได้ฤกษ์ผู้ทำพิธีก็จัดแจง ปูที่นอน จัดหมอนผ้าห่มกางมุ้ง พอถึงฤกษ์เรียงหมอน ผู้ทำพิธีฝ่ายชายก็ล้มตัวนอนทางด้านขวา ผ่ายหญิงนอนทางซ้าย เป็นการนอน เอาเคล็ด
สิ่งของอันเป็นมงคลที่ใช้ในพิธีปูที่นอน มีอยู่หลายตำรา เช่น ใช้หินบดยา ฟักเขียว แมวตัวผู้สีขาว ซึ่งทาแป้งและของหอมไว้ทั้งตัว รวมทั้งถั่วทอง งาเมล็ด ข้าวเปลือก อย่างละหยิบมือห่อผ้าไว้ในพาน ผู้ทำพิธีปูที่นอนจะหยิบของเหล่านี้วางบนที่นอนพร้อมกับแมว และกล่าวถ้อยคำอันเป็นมงคล แล้วนอนลงพอเป็นพิธี แล้วจึงลุกขึ้น สิ่งของที่ใช้ในการประกอบพิธีน่าจะมาจากคติคำอวยพรที่ว่า "ขอให้เย็นเหมือนฝัก หนักเหมือนแฟง ให้อยู่เรือนเหมือนก้อนเส้า ให้เฝ้าเรือนเหมือนแมวคราว"
ก้อนเส้า คือหินเตาไฟสำหรับหุงต้มในสมัยโบราณ แต่เห็นว่ามีคราบเขม่าสีดำสกปรกง่าย จึงเปลี่ยนเป็นหินบดยาแทน ส่วนแมวนั้น ถือกันว่าเป็นสัตว์ที่เชื่องเหมือนกับผู้ที่ได้ผ่านการฝึกอบรมมา และถือเป็นสัตว์มงคล แมวคราว คือ แมวตัวผู้ที่มีอายุมาก มักนอนอยู่กับเรือนไม่ค่อยออกไปเที่ยวไหนๆ บางทีมีการนำกลีบดอกไม้ เช่นดอกกุหลาบ กลีบบานไม่รู้โรย หรือกลีบบัวมาโรย ไว้บนเตียงนอนให้คู่บ่าวสาวด้วย






การส่งตัวเจ้าสาว

เมื่อผู้ทำหน้าที่ปูที่นอนลุกขึ้นแล้ว โดยทำเป็นเพิ่งตื่นนอน ฝ่ายหญิงจะพูดในสิ่งอันเป็นมงคล เช่น ฝันว่าอย่างโน้น อย่างนี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดีงาม ฝ่ายชายก็จะทำนายทายทักปลอบขวัญ ต่อจากนั้น จึงพากันลุกออกไป
เฒ่าแก่ของทั้งสองฝ่าย จึงให้คู่บ่าวสาวไปยังที่นอน พ่อแม่ของฝ่ายหญิงนำเจ้าสาวมาส่งให้เจ้าบ่าว พร้อมทั้งกล่าวฝากฝังให้ช่วยดูแล บอกว่าเจ้าสาวยังเล็กไม่รู้เรื่องการเรือนเท่าไรนัก หากมีสิ่งใดบกพร่อง ขอให้เจ้าบ่าวคอยว่ากล่าวตักเตือน อย่าให้ถึงกับดุด่าจนมีปากเสียง ให้เจ้าบ่าวรักใคร่เอ็นดู เหมือนน้องสาว ช่วยปกป้องคุ้มครองและให้การเลี้ยงดู อย่าได้ทอดทิ้ง ฯลฯ ฝ่ายเจ้าบ่าวก็รับคำเป็นอันดี
จากนั้น พ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย ก็อบรมคู่บ่าวสาว ให้รู้จักหน้าที่ของสามีภรรยาที่ดีซึ่งต่อไปจะต้องพึ่งพาอาศัยกัน แล้วให้คู่บ่าวสาวนอนลงที่นอน โดยเจ้าบ่าวนอนด้านขวา และเจ้าสาวนอนด้านซ้าย บางทีก่อนนอนก็ให้เจ้าสาวกราบบอกสามีก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะถือว่าสามีเป็นผู้ให้ความดูแลคุ้มครอง
เหตุที่เจ้าบ่าวนอนด้านขวา เพราะอยู่ใกล้ประตู หากมีเหตุอันตราย สามีจะสามารถคุ้มครองปกป้องภริยาของตนได้ เพราะถือว่า ผู้ชายมีความแข็งแรงกว่าหญิง ควรทำหน้าที่ดูแลปกป้อง