จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขันหมาก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขันหมาก แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การกล่าวคำอวยพรบ่าวสาว (สำหรับเพื่อนๆ)



ในงานแต่งงานนอกจากจะมีคู่บ่าวสาวเจ้าของ งาน ที่ตื่นเต้นไปกับวันสำคัญในชีวิตแล้ว เชื่อว่ายังมีเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว ที่จะต้องเป็นตัวแทนกล่าวอวยพรให้กับคู่บ่าวสาว ก็คงตื่นเต้นไปไม่แพ้กัน :P ไหนจะกลัวพูดตะกุกตะกักจนทำงานล่ม หรือกลัวพูดได้ไม่ดีแล้วจะพาเสียบรรยากาศงาน ดังนั้น วันนี้กระปุกเวดดิ้งเลยนำเอาไกด์ไลน์การพูดอวยพรคู่บ่าวสาวฝากกันค่ะ

การกล่าวอวยพรสำหรับเพื่อนเจ้าบ่าว

          1. เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวเอง ก่อนจะเล่าย่อ ๆ ว่ารู้จักกับเจ้าบ่าวได้อย่างไร โดยไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณที่ได้เลือกคุณให้รับตำแหน่งเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ด้วย

          2. กล่าวทักทายเจ้าสาวโดยพูดถึงเธอในเชิงบวก เช่น วันนี้เจ้าสาวของเราช่างสวยซะจริง ฯลฯ

          3. กล่าวขอบคุณฝ่ายเจ้าสาว และพ่อแม่เจ้าบ่าวที่ได้ช่วยจัดงานแต่งงานครั้งนี้ขึ้นมา

          4. เพิ่มเติมว่าคุณกับเจ้าบ่าวรู้จักกันได้อย่างไร อาจเล่าเหตุการณ์ขำ ๆ ที่เป็นเรื่องที่ทำให้คุณกับเขาสนิทกัน แต่ระวังอย่าให้เป็นเรื่องน่าอายสำหรับเจ้าบ่าว

          5. กล่าวคำอวยพรด้วยน้ำเสียงจริงใจ และผ่อนคลาย หากมีตัวช่วยอย่างเพลงประกอบสไลด์โชว์ ก็จะทำให้การกล่าวคำอวยพรในครั้งนั้นน่าจดจำยิ่งขึ้น

การกล่าวอวยพรสำหรับเพื่อนเจ้าสาว

          1. เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวเอง และไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณคู่บ่าวสาวที่เชิญคุณมาเป็นแขกในงานแต่งงานของพวกเขา

          2. กล่าวถึงความตื้นตันที่ได้รับเกียรติและความไว้วางใจ ที่ได้มาเป็นคนสำคัญในฐานะเพื่อนเจ้าสาว

          3. แนะนำตัวว่ารู้จักกับเจ้าสาวได้อย่างไร เจ้าสาวเป็นคนดี น่ารักอย่างไรตามทัศนคติของคุณ ไม่ว่าคุณจะรู้จักเจ้าสาวมาเป็นเวลานานแล้ว หรือเพิ่งจะรู้จักกันในระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตาม นอกจากนี้อาจกล่าวถึงความทรงจำพิเศษ ๆ ที่คุณมีร่วมกับเจ้าสาว รวมทั้งเท้าความให้แขกทั้งหลายพอจะเห็นภาพว่าบ่าวสาวทั้งคู่รู้จักกันได้ อย่างไร รักกันได้อย่างไรด้วย

          4. เพิ่มวลีคม ๆ ความหมายดี ๆ ที่เหมาะกับการอวยพรแสดงความยินดีลงไปในการกล่าวอวยพรของคุณ
          5. เติมอารมณ์ขันลงไปในการพูดของคุณจะทำให้แขกในงานรู้สึกผ่อนคลาย และรู้สึกยินดีร่วมไปกับบรรยากาศของงาน และก็เช่นเดียวกับหลักการเติมอารมณ์ขันทั่วไป คืออย่าเล่นมุขที่ทำให้คู่บ่าวสาวรู้สึกเสียหน้าหรือเขินอายด้วยค่ะ

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ตัวอย่างขันหมากสวยๆ

  ขันหมาก คือ ขันใส่หมากพลูที่เชิญไปพร้อมกับของอื่นๆ ในพิธีหมั้นหรือแต่งงาน เป็นเครื่องคารวะผู้ปกครองฝ่ายหญิง รูปแบบของการจัดขันหมากจะขึ้นอยู่กับธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละท้องถิ่น แม้แต่ต่างตระกูลก็ยังอาจมีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งปัจจุบันนิยมยกขันหมากครั้งเดียวในวันหมั้น เพื่อช่วยให้พิธีสง่างามมีความหมาย และเป็นสิริมงคลยิ่งขึ้น  อีกทั้งจะได้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเกินไปในวันแต่งงาน ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเป็นผู้จัดเตรียมขันหมากและเครื่องประกอบ ได้แก่ พานหรือขันสินสอดทองหมั้น พานแหวน เตียบขนม ผลไม้ ต้นกล้วย และต้นอ้อย ตลอดจนสิ่งของอื่นๆ ตามที่เห็นสมควร ปกตินิยมจัดเป็นจำนวนคู่แปดหรือสิบพาน





















 

บริการจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่




ไม่มีเขตใหนรับเปิดให้บริการจดทะเบียนสมรสในวันเสาร์จ๊ะ นอกจากจะเป็นวันพิเศษ ซึ่งตรงกับเทศกาลวันวาเลนไทน์ ส่วนเรื่องการจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ คู่สมรสต้องยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนในเขตที่ตนเองประสงค์จะจดทะเบียนสมรส รอการอนุมัติจากนายทะเบียนค่ะ (นายทะเบียนในที่นี้หมายถึงนายอำเภอ) หลังจากนั้นคู่สมรสต้องยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นการจดทะเบียนสมรสกับต่างชาติ เจ้าหน้าที่จะขอตรวจสอบเอกสารในเบื้องต้นให้ครบถ้วนถูกต้องก่อน ระบุวันเวลาที่ประสงค์จะทำการจดทะเบียนสมรสที่แน่นอน เนื่องจากปัจจุบันเป็นการบันทึกข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หากเอกสารพร้อมเจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกข้อมูลเข้าระบบ พริ้นท์ทุกอย่างออกมา และนำไปมอบให้แก่คู่สมรส  การจดทะเบียนสมรสนอกสำนักทะเบียนจะมีค่าใช้จ่าย 200 บาท พร้อมพาหนะรับ-ส่ง เจ้าหน้าที่และนายทะเบียนค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การจัดขนมมงคลใส่ขันหมาก ในงานแต่งงาน


การจัดขนมมงคลใส่ขันหมาก ในงานแต่งงาน มีหลายชนิด ตัวอย่างเช่น
1.ขนมกงหรือขนมกงเกวียน ซึ่งหมายถึงล้อเกวียนที่หมุนไปข้างหน้า เช่นเดียวกับพระธรรมจักรในพระพุทธศาสนา เปรียบว่า ต้องการให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเมื่อแต่งงานแล้ว จะรักและครองเรือนอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่มีสิ้นสุด

2.ขนมสามเกลอ เป็นขนมที่แสดงถึงความสามัคคีกลมเกลียว และไม่มีวันพรากจากกันของเจ้าบ่าวเจ้าสาว โดยใช้เป็นขนมเสี่ยงทายในงานแต่งงาน ลักษณะของขนมสามเกลอเป็นลูกกลมๆเรียงกัน 3 ลูก การเสี่ยงทายจะดูกันตอนทอด กล่าวคือ ถ้าทอดแล้วยังอยู่ติดกัน 3 ลูก ถือว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะรักใคร่กลมเกลียวกัน ถ้าทอดแล้วติดกัน 2ลูกแสดงว่าจะมีลูกยากหรือจะไม่มีความสุข อีกนัยหนึ่ง ถ้าทอดขนมสามเกลอแล้วพองฟูขึ้น เรียกว่า หัวแก้วหัวแหวน ถือว่าดีมาก แต่ถ้าทอดแล้วด้าน ไม่พองฟู ก็จะใช้ไม่ได้

3.ขนมทองหยิบ ทองหยอด ทองพลุ ทองโปร่ง ทองม้วน ทองเอก เชื่อกันว่าจะทำให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีเงินทองใช้อย่างล้นเหลือ ไม่รู้จักหมดสิ้น และทำให้นึกถึงความร่ำรวย โดยเฉพาะขนมทองเอกจะแสดงถึงความเป็นที่หนึ่ง

4.ขนมเม็ดขนุน ในงานมงคลต่างๆให้ความหมายว่า ทำกิจการใดก็จะมีคนคอยสนับสนุน ค้ำจุน ช่วยเหลือ ไม่มีวันตกต่ำ และในงานแต่งงานจะแทนคำอวยพรว่า เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะทำอะไรก็มีแต่คนคอยสนับสนุน ค้ำจุน ให้เจริญก้าวหน้า

5.ขนมข้าวเหนียวแก้ว หากมีขนมนี้ใช้ในงานมงคลใดๆ ชีวิตก็จะมีความเหนียวแน่นเป็นปึกแผ่นมั่นคง

6.ขนมฝอยทอง หากใช้ในงานแต่งงาน ถือเคล็ดกันว่าห้ามตัดให้สั้น ต้องปล่อยให้ยืดยาวอย่างนั้น เพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะได้รักกันยืดยาวและครองคู่อยู่ด้วยกันตลอดไป

7.ขนมจ่ามงกุฎ นิยมทำกันในงานฉลองยศ ฉลองตำแหน่ง เพราะมีความหมายว่าจะมีลาภยศอันสูงส่ง เป็นนิมิตหมายอันดีในหน้าที่การงานสืบไป ส่วนในงานแต่งงานจะแทนคำอวยพรให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเจริญก้าวหน้า เพียบพร้อมด้วยยศถาบรรดาศักดิ์

8.ขนมเทียนหรือขนมนมสาว ให้ความหมายถึง เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีความสว่างไสว ความรุ่งโรจน์ของชีวิต

9.ขนมถ้วยฟู ขนมปุยฝ้าย มีความหมายว่า เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีความรุ่งเรืองความเฟื่องฟูของชีวิต

10.ขนมโพรงแสม เป็นขนมแต่งงานที่เก่าแก่และมีมานานชนิดหนึ่ง โบราณท่านเปรียบขนมนี้ว่า เสมือนเสาบ้าน ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะอยู่กันได้ยั่งยืนตลอดไป

การนับสินสอดทองหมั้น

ก่อนทำพิธีเฒ่าแก่ของทั้งสองฝ่ายจะเจรจา เฒ่าแก่ฝ่ายชายจะเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนออกและเป็นผู้เริ่มต้นก่อน โดยพูดถึงฤกษ์ยามอันเป็นมงคลในวันนี้ ตนได้ทำหน้าที่นำ ขันหมากหมั้น ของฝ่ายชายซึ่งเป็นบุตรคนนั้นๆ มาให้ฝ่ายหญิงด้วยเงินสินสอดทองหมั้นเท่านั้นเท่านี้ตามที่ตกลงกันไว้ และขอให้เฒ่าแก่ ฝ่ายหญิงทำการเปิดตรวจนับดูว่า ถูกต้องครบถ้วนหรือเปล่า
เฒ่าแก่ฝ่ายหญิงจะแสดงความรับรู้และกล่าวเห็นดีเห็นงามในการหมั้นครั้ง นี้ด้วย และร่วมพูดคุยเพิ่มความสนิทสนม หลังจากนั้น เฒ่าแก่ฝ่ายชายก็เปิดผ้าที่คลุมออกแล้วส่งให้เฒ่าแก่ฝ่ายหญิงเพื่อตรวจนับ สินสอดตามธรรมเนียม โดยต้องมีการตรวจบนับต่อหน้า เฒ่าแก่และญาติทั้งสองฝ่ายเพื่อเป็นสักขีพยาน เฒ่าแก่ฝ่ายหญิงก็จะนำแป้งกระแจะซึ่งใส่โถปริกเตรียมพร้อมไว้แล้ว ออกมาเจิมเงินสินสอดเพื่อเป็นสิริมงคล
หากมีแหวน หรือสร้อยกำไล เฒ่าแก่ทั้งสองฝ่ายจะเรียกให้ฝ่ายชายหรือว่าที่เจ้าบ่าวทำการสวมให้ฝ่ายหญิง หรือว่าที่เจ้าสาวของตน ต่อหน้าทุกคนเพื่อให้เป็นสักขีพยาน ซึ่งพิธีการสวมแหวนหมั้นนี้นิยมใช้กันมาก คือตัดขั้นตอนการยกขบวนขันหมากหมั้นออกไป เหลือเพียง แต่นำสินสอด หรือของหมั้นมาหมั้นฝ่ายหญิง และมีการกินเลี้ยงฉลองกันในหมู่ญาติ ทั้งแล้วแต่จะเห็นสมควร ส่วนเงินนั้นฝ่ายหญิงจะเป็นผู้เก็บรักษา อาจนำเงินสินสอดมาในวันทำพิธีแต่งงาน ซึ่งเรื่องนี้แล้วแต่การตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
เมื่อฝ่ายหญิงนำสินสอดทองหมั้นหรือของหมั้นไปเก็บรักษาไว้ ก็คืนขันหรือภาชนะมักจะมีของแถมพกให้แก่ผู้ที่ทำการยกขันหมากทุกคน สำหรับผู้เฒ่าแก่ของทั้งสองฝ่ายจะได้ของสมนาคุณพิเศษ หลังจากนั้นร่วมกันกันเลี้ยงฉลองการหมั้น ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ

สิ่งที่ต้องจัดเตรียมในขั้นหมากหมั้น

ในแต่ละท้องถิ่นอาจแตกต่างกันไป ใช้หมากดิบ ทั้งลูก 4 ผล หรือ 8 ผล แต่ต้องเป็นระแง้หรือตะแง้ ( กิ่งที่แยกออก จากทะลายหมาก) เดียวกัน หรือถ้าต่างระแง้ก็ต้องมีระแง้ละ 2 ผล หรือ 4 ผล คือต้องเป็นคู่ เพราะถือเคล็ดการนับเป็นคู่ และการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วใช้ปูนแดงป้ายที่เปลือกหมากเล็กน้อยทุกลูก มีพลูใบ 4 เรียง หรือ 8 เรียงก็ได้ เรียงละ 5 ใบ หรือ 10 ใบ ตัดก้านเสียแล้วใช้ปูนแดงแต้มที่โคนของของใบพลูทุกใบแล้วให้วางเรียงเข้า รอบๆ ภายใน ของขัน ดูให้เสมอกัน และก็เพราะเหตุที่ขันนี้ใส่หมากนั่นเอง จึงเรียกว่า "ขันหมาก" ซึ่งขันมีขนาดเล็กกว่าขั้นสินสอด

พิธีแห่ขันหมาก