จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของชำร่วย แต่งงาน วิวาห์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของชำร่วย แต่งงาน วิวาห์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ขั้นตอนในการทำพิธีรดน้ำ

 

ความเป็นมาของหอยสังข์ที่นำมาใช้ในพิธี คุณเคยคิดสงสัยไหมว่า ทำไมต้องใช้หอยสังข์เป็นภาชนะใส่น้ำมนต์หลั่งอวยพรให้คู่บ่าวสาว ในสมัยโบราณมีความเชื่อว่า หอยสังข์เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 14 อย่าง อันเกิดจากกวนเกษียรสมุทรของเหล่าเทวดาและอสูร บางเชื่อว่าครั้งหนึ่งสังข์อสูรได้ลักเอาพระเวทไปซ่อนไว้ในหอยสังข์ พระนารายณ์ได้อวตารไปปราบและสังหาร แล้วทรงล้วงเอาพระเวทออกมาจากสังข์ ทำให้ปากหอยสังข์มีรอยพระหัตถ์ของพระนารายณ์ จึงถือกันว่าสังข์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะเคยเป็นที่รองรับพระเวท การนำมาใส่น้ำมนต์รดให้คู่บ่าวสาว เชื่อกันว่าเป็นสิริมงคล

เมื่อคู่บ่าวสาวสวมแฝดมงคล และนั่งพนมมือคู่กันในที่จัดไว้แล้ว จะมีคนคอยตักน้ำพระพุทธมนต์เติมในสังข์ เพื่อส่งให้ผู้ที่จะรดน้ำอวยพร โดยเริ่มจากพ่อแม่ของคู่บ่าวสาว หรือญาติผู้ใหญ่ ตามลำดับ นิยมรดใส่ในมือให้เจ้าสาวก่อน แล้วจึงรดให้เจ้าบ่าว และกล่าวอวยพรให้คู่บ่าวสาวประสบความสุขความเจริญ อยู่ด้วนกันจนแก่เฒ่าถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ขณะรดน้ำสังข์ พระสงฆ์จะสวดชยันโต เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว แต่ในปัจจุบัน นิยมทำพิธีรดน้ำกันตอนเย็น ก่อนเวลากินเลี้ยงฉลองสมรส ซึ่งมักจะจัดที่โรงแรม หรือหอประชุม หากจะให้มีพระสวดชยันโตในเวลารดน้ำต้องนิมนต์พระมาด้วย
มีเคล็ดลางเกี่ยวกับพิธีรดน้ำสังข์ คือหลังจากพิธีรดน้ำสังข์เสร็จแล้ว หากฝ่ายใดลุกขึ้นยืนก่อน ฝ่ายนั้นจะได้เป็นผู้ที่อยู่เหนือคู่ครองของตน เช่น เจ้าสาวลุกขึ้นก่อน สามีจะกลัว หากถือมากเกินไปคงจะวุ่นวายน่าดูเลย หลังจากเสร็จพิธีรดน้ำต่างตนต่างรีบลุก ควรช่วยกันประคองกันแบบนี้จะดีกว่า แถมดูแล้วน่าประทับใจ
สมัยโบราณ ในพิธีการแต่งงานจะไม่มีการรดน้ำสังข์ แต่จะมีพิธีซัดน้ำ พระสงฆ์จะเป็นผู้ทำพิธี โดยตักน้ำมนต์ในบาตรซัดสาดใส่คู่บ่าวสาว บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งมีอยู่หลายคู่ แกล้งนั่งห้อมล้อมให้คู่บ่าวสาวนั่งเบียดกันชิดกัน การซัดน้ำนี้บางทีซัดจนเปียกปอนต้องเปลี่ยนชุดหลังเสร็จพิธี แบบนี้ก็น่าสนุกไปอีกแบบ

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พิธีการปูที่นอนและส่งตัวเจ้าสาว

 


พิธีการส่งตัวมักทำกันตอนกลางคืน ถ้าหากมีการเลี้ยงฉลองสมรสตอนกลางคืน จะต้องมีการเลิกก่อนถึงฤกษ์ส่งตัวเล็กน้อย เพื่อคู่บ่าวสาวจะได้มีเวลาเตรียมตัว พ่อแม่ของฝ่ายเจ้าสาวจะจะเชิญผู้มีเกียรติ ซึ่งเป็นคู่สามีภรรยาอาวุโส ให้ทำพิธีปูที่นอนในห้อง หรือเรือนหอ ผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องเป็นคู่สามีภรรยาที่แต่งงานอยู่กินกันมาจนแก่เฒ่า มีฐานะดีและมีลูกหลานที่เลี้ยงง่ายและลูกๆ ยังมีชีวิตอยู่ทุกคน
การทำพิธีปูที่นอน ในปัจจุบันทำพอเป็นพิธี เพราะว่าได้มีการจัดเตรียมไว้ก่อนวันแต่งไว้เรียบร้อยแล้ว ครั้นพอได้ฤกษ์ผู้ทำพิธีก็จัดแจง ปูที่นอน จัดหมอนผ้าห่มกางมุ้ง พอถึงฤกษ์เรียงหมอน ผู้ทำพิธีฝ่ายชายก็ล้มตัวนอนทางด้านขวา ผ่ายหญิงนอนทางซ้าย เป็นการนอน เอาเคล็ด
สิ่งของอันเป็นมงคลที่ใช้ในพิธีปูที่นอน มีอยู่หลายตำรา เช่น ใช้หินบดยา ฟักเขียว แมวตัวผู้สีขาว ซึ่งทาแป้งและของหอมไว้ทั้งตัว รวมทั้งถั่วทอง งาเมล็ด ข้าวเปลือก อย่างละหยิบมือห่อผ้าไว้ในพาน ผู้ทำพิธีปูที่นอนจะหยิบของเหล่านี้วางบนที่นอนพร้อมกับแมว และกล่าวถ้อยคำอันเป็นมงคล แล้วนอนลงพอเป็นพิธี แล้วจึงลุกขึ้น สิ่งของที่ใช้ในการประกอบพิธีน่าจะมาจากคติคำอวยพรที่ว่า "ขอให้เย็นเหมือนฝัก หนักเหมือนแฟง ให้อยู่เรือนเหมือนก้อนเส้า ให้เฝ้าเรือนเหมือนแมวคราว"
ก้อนเส้า คือหินเตาไฟสำหรับหุงต้มในสมัยโบราณ แต่เห็นว่ามีคราบเขม่าสีดำสกปรกง่าย จึงเปลี่ยนเป็นหินบดยาแทน ส่วนแมวนั้น ถือกันว่าเป็นสัตว์ที่เชื่องเหมือนกับผู้ที่ได้ผ่านการฝึกอบรมมา และถือเป็นสัตว์มงคล แมวคราว คือ แมวตัวผู้ที่มีอายุมาก มักนอนอยู่กับเรือนไม่ค่อยออกไปเที่ยวไหนๆ บางทีมีการนำกลีบดอกไม้ เช่นดอกกุหลาบ กลีบบานไม่รู้โรย หรือกลีบบัวมาโรย ไว้บนเตียงนอนให้คู่บ่าวสาวด้วย






การส่งตัวเจ้าสาว

เมื่อผู้ทำหน้าที่ปูที่นอนลุกขึ้นแล้ว โดยทำเป็นเพิ่งตื่นนอน ฝ่ายหญิงจะพูดในสิ่งอันเป็นมงคล เช่น ฝันว่าอย่างโน้น อย่างนี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดีงาม ฝ่ายชายก็จะทำนายทายทักปลอบขวัญ ต่อจากนั้น จึงพากันลุกออกไป
เฒ่าแก่ของทั้งสองฝ่าย จึงให้คู่บ่าวสาวไปยังที่นอน พ่อแม่ของฝ่ายหญิงนำเจ้าสาวมาส่งให้เจ้าบ่าว พร้อมทั้งกล่าวฝากฝังให้ช่วยดูแล บอกว่าเจ้าสาวยังเล็กไม่รู้เรื่องการเรือนเท่าไรนัก หากมีสิ่งใดบกพร่อง ขอให้เจ้าบ่าวคอยว่ากล่าวตักเตือน อย่าให้ถึงกับดุด่าจนมีปากเสียง ให้เจ้าบ่าวรักใคร่เอ็นดู เหมือนน้องสาว ช่วยปกป้องคุ้มครองและให้การเลี้ยงดู อย่าได้ทอดทิ้ง ฯลฯ ฝ่ายเจ้าบ่าวก็รับคำเป็นอันดี
จากนั้น พ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย ก็อบรมคู่บ่าวสาว ให้รู้จักหน้าที่ของสามีภรรยาที่ดีซึ่งต่อไปจะต้องพึ่งพาอาศัยกัน แล้วให้คู่บ่าวสาวนอนลงที่นอน โดยเจ้าบ่าวนอนด้านขวา และเจ้าสาวนอนด้านซ้าย บางทีก่อนนอนก็ให้เจ้าสาวกราบบอกสามีก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะถือว่าสามีเป็นผู้ให้ความดูแลคุ้มครอง
เหตุที่เจ้าบ่าวนอนด้านขวา เพราะอยู่ใกล้ประตู หากมีเหตุอันตราย สามีจะสามารถคุ้มครองปกป้องภริยาของตนได้ เพราะถือว่า ผู้ชายมีความแข็งแรงกว่าหญิง ควรทำหน้าที่ดูแลปกป้อง

การเลือกเค๊กแต่งงาน

การเลือกเค้กวันแต่งงาน ( Wedding Cake ) สำหรับเจ้าบ่าวเจ้าสาว เค้กแต่งงานนั้นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความดีงาม ความมั่งคั่ง และคำอวยพรในการแต่งงาน เราจึงไม่ควรมองข้ามความสำคัญของเค้กแต่งงานไป เคล็ดลับในการที่จะทำให้เค้กแต่งงานนั้นสวยสมใจ

-การสั่งเค้กแต่งงาน ควรสั่งก่อนวันแต่งงานอย่างน้อย 6 สัปดาห์ เพื่อที่เจ้าสาวเจ้าบ่าวจะได้มีเวลาพูดคุยกัน ถึงรายละเอียดและรูปแบบของเค้ก
-ลองหารูปเค้กแต่งงานที่คุณชอบจากนิตยสาร หรือ magazine ที่เจ้าสาวเจ้าบ่าวชอบแล้วนำรูปหลายๆรูปไปให้นักออกแบบเค้กดู และควรแน่ใจว่าแบบที่เลือก เป็นแบบที่ตรงตามความต้องการของทั้งคู่แล้วจริงๆ
-ตอนที่ เจ้าสาว เจ้าบ่าว หลายๆคู่ชอบที่สุดในการเลือกเค้ก ก็คือการชิมเค้ก เลือกรสที่ทั้งคู่ชอบ แต่ถ้าต้องการความหลากหลาย ลองปรึกษานักออกแบบเค้กดู เพราะรสชาติของเค้กนั้นไม่ได้มีแค่ วานิลลา ช็อกโกแลต และสตรอว์เบอร์รี่ เท่านั้น
-ราคาของเค้ก เจ้าสาว เจ้าบ่าว ต้องลองเปรียบเทียบราคาบองเค้กหลายๆร้าน โดยเทียบจากชนิดและขนาดของเค้กในแบบเดียวกัน แต่อย่าลืมว่าต้องดูความอร่อยและคุณภาพด้วย


การจัดขนมมงคลใส่ขันหมาก ในงานแต่งงาน


การจัดขนมมงคลใส่ขันหมาก ในงานแต่งงาน มีหลายชนิด ตัวอย่างเช่น
1.ขนมกงหรือขนมกงเกวียน ซึ่งหมายถึงล้อเกวียนที่หมุนไปข้างหน้า เช่นเดียวกับพระธรรมจักรในพระพุทธศาสนา เปรียบว่า ต้องการให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเมื่อแต่งงานแล้ว จะรักและครองเรือนอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่มีสิ้นสุด

2.ขนมสามเกลอ เป็นขนมที่แสดงถึงความสามัคคีกลมเกลียว และไม่มีวันพรากจากกันของเจ้าบ่าวเจ้าสาว โดยใช้เป็นขนมเสี่ยงทายในงานแต่งงาน ลักษณะของขนมสามเกลอเป็นลูกกลมๆเรียงกัน 3 ลูก การเสี่ยงทายจะดูกันตอนทอด กล่าวคือ ถ้าทอดแล้วยังอยู่ติดกัน 3 ลูก ถือว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะรักใคร่กลมเกลียวกัน ถ้าทอดแล้วติดกัน 2ลูกแสดงว่าจะมีลูกยากหรือจะไม่มีความสุข อีกนัยหนึ่ง ถ้าทอดขนมสามเกลอแล้วพองฟูขึ้น เรียกว่า หัวแก้วหัวแหวน ถือว่าดีมาก แต่ถ้าทอดแล้วด้าน ไม่พองฟู ก็จะใช้ไม่ได้

3.ขนมทองหยิบ ทองหยอด ทองพลุ ทองโปร่ง ทองม้วน ทองเอก เชื่อกันว่าจะทำให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีเงินทองใช้อย่างล้นเหลือ ไม่รู้จักหมดสิ้น และทำให้นึกถึงความร่ำรวย โดยเฉพาะขนมทองเอกจะแสดงถึงความเป็นที่หนึ่ง

4.ขนมเม็ดขนุน ในงานมงคลต่างๆให้ความหมายว่า ทำกิจการใดก็จะมีคนคอยสนับสนุน ค้ำจุน ช่วยเหลือ ไม่มีวันตกต่ำ และในงานแต่งงานจะแทนคำอวยพรว่า เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะทำอะไรก็มีแต่คนคอยสนับสนุน ค้ำจุน ให้เจริญก้าวหน้า

5.ขนมข้าวเหนียวแก้ว หากมีขนมนี้ใช้ในงานมงคลใดๆ ชีวิตก็จะมีความเหนียวแน่นเป็นปึกแผ่นมั่นคง

6.ขนมฝอยทอง หากใช้ในงานแต่งงาน ถือเคล็ดกันว่าห้ามตัดให้สั้น ต้องปล่อยให้ยืดยาวอย่างนั้น เพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะได้รักกันยืดยาวและครองคู่อยู่ด้วยกันตลอดไป

7.ขนมจ่ามงกุฎ นิยมทำกันในงานฉลองยศ ฉลองตำแหน่ง เพราะมีความหมายว่าจะมีลาภยศอันสูงส่ง เป็นนิมิตหมายอันดีในหน้าที่การงานสืบไป ส่วนในงานแต่งงานจะแทนคำอวยพรให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเจริญก้าวหน้า เพียบพร้อมด้วยยศถาบรรดาศักดิ์

8.ขนมเทียนหรือขนมนมสาว ให้ความหมายถึง เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีความสว่างไสว ความรุ่งโรจน์ของชีวิต

9.ขนมถ้วยฟู ขนมปุยฝ้าย มีความหมายว่า เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีความรุ่งเรืองความเฟื่องฟูของชีวิต

10.ขนมโพรงแสม เป็นขนมแต่งงานที่เก่าแก่และมีมานานชนิดหนึ่ง โบราณท่านเปรียบขนมนี้ว่า เสมือนเสาบ้าน ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะอยู่กันได้ยั่งยืนตลอดไป

การนับสินสอดทองหมั้น

ก่อนทำพิธีเฒ่าแก่ของทั้งสองฝ่ายจะเจรจา เฒ่าแก่ฝ่ายชายจะเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนออกและเป็นผู้เริ่มต้นก่อน โดยพูดถึงฤกษ์ยามอันเป็นมงคลในวันนี้ ตนได้ทำหน้าที่นำ ขันหมากหมั้น ของฝ่ายชายซึ่งเป็นบุตรคนนั้นๆ มาให้ฝ่ายหญิงด้วยเงินสินสอดทองหมั้นเท่านั้นเท่านี้ตามที่ตกลงกันไว้ และขอให้เฒ่าแก่ ฝ่ายหญิงทำการเปิดตรวจนับดูว่า ถูกต้องครบถ้วนหรือเปล่า
เฒ่าแก่ฝ่ายหญิงจะแสดงความรับรู้และกล่าวเห็นดีเห็นงามในการหมั้นครั้ง นี้ด้วย และร่วมพูดคุยเพิ่มความสนิทสนม หลังจากนั้น เฒ่าแก่ฝ่ายชายก็เปิดผ้าที่คลุมออกแล้วส่งให้เฒ่าแก่ฝ่ายหญิงเพื่อตรวจนับ สินสอดตามธรรมเนียม โดยต้องมีการตรวจบนับต่อหน้า เฒ่าแก่และญาติทั้งสองฝ่ายเพื่อเป็นสักขีพยาน เฒ่าแก่ฝ่ายหญิงก็จะนำแป้งกระแจะซึ่งใส่โถปริกเตรียมพร้อมไว้แล้ว ออกมาเจิมเงินสินสอดเพื่อเป็นสิริมงคล
หากมีแหวน หรือสร้อยกำไล เฒ่าแก่ทั้งสองฝ่ายจะเรียกให้ฝ่ายชายหรือว่าที่เจ้าบ่าวทำการสวมให้ฝ่ายหญิง หรือว่าที่เจ้าสาวของตน ต่อหน้าทุกคนเพื่อให้เป็นสักขีพยาน ซึ่งพิธีการสวมแหวนหมั้นนี้นิยมใช้กันมาก คือตัดขั้นตอนการยกขบวนขันหมากหมั้นออกไป เหลือเพียง แต่นำสินสอด หรือของหมั้นมาหมั้นฝ่ายหญิง และมีการกินเลี้ยงฉลองกันในหมู่ญาติ ทั้งแล้วแต่จะเห็นสมควร ส่วนเงินนั้นฝ่ายหญิงจะเป็นผู้เก็บรักษา อาจนำเงินสินสอดมาในวันทำพิธีแต่งงาน ซึ่งเรื่องนี้แล้วแต่การตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
เมื่อฝ่ายหญิงนำสินสอดทองหมั้นหรือของหมั้นไปเก็บรักษาไว้ ก็คืนขันหรือภาชนะมักจะมีของแถมพกให้แก่ผู้ที่ทำการยกขันหมากทุกคน สำหรับผู้เฒ่าแก่ของทั้งสองฝ่ายจะได้ของสมนาคุณพิเศษ หลังจากนั้นร่วมกันกันเลี้ยงฉลองการหมั้น ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ

สิ่งที่ต้องจัดเตรียมในขั้นหมากหมั้น

ในแต่ละท้องถิ่นอาจแตกต่างกันไป ใช้หมากดิบ ทั้งลูก 4 ผล หรือ 8 ผล แต่ต้องเป็นระแง้หรือตะแง้ ( กิ่งที่แยกออก จากทะลายหมาก) เดียวกัน หรือถ้าต่างระแง้ก็ต้องมีระแง้ละ 2 ผล หรือ 4 ผล คือต้องเป็นคู่ เพราะถือเคล็ดการนับเป็นคู่ และการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วใช้ปูนแดงป้ายที่เปลือกหมากเล็กน้อยทุกลูก มีพลูใบ 4 เรียง หรือ 8 เรียงก็ได้ เรียงละ 5 ใบ หรือ 10 ใบ ตัดก้านเสียแล้วใช้ปูนแดงแต้มที่โคนของของใบพลูทุกใบแล้วให้วางเรียงเข้า รอบๆ ภายใน ของขัน ดูให้เสมอกัน และก็เพราะเหตุที่ขันนี้ใส่หมากนั่นเอง จึงเรียกว่า "ขันหมาก" ซึ่งขันมีขนาดเล็กกว่าขั้นสินสอด

พิธีแห่ขันหมาก


วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แนะนำการเลือกใช้ เวดดิ้งแพลนเนอร์ (Wedding Planner)



  ปัจจุบันนี้จึงมี เวดดิ้งแพลนเนอร์ (Wedding Planner) หรือ เวดดิ้ง ออกาไนเซอร์ ( Wedding Organizer ) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ออกแบบเตรียมงาน ควบคุม เกือบทุกขั้นตอนของงานแต่งงาน เป็นทางเลือกให้เจ้าสาว เจ้าบ่าวได้ใช้บริการ งานแต่งงานเป็นงานที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวต่างก็ต้องให้ความสำคัญ และเป็นประสบการณ์ ที่เป็นครั้งแรกของทั้งคู่ การจัดงานเพื่อให้ออกมาสมบูรณ์แบบ และเป็นที่ประทับใจของเจ้าสาว เจ้าบ่าวและแขกที่มาร่วมงานจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย  แต่สิ่งที่เจ้าสาว เจ้าบ่าว ควรคำนึงถึงในการเลือกใช้ เวดดิ้งแพลนเนอร์ (Wedding Planner) มีคร่าวๆ ดังนี้
-ค่าใช้จ่าย เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นสิ่งที่บอกถึงขนาดและรูปแบบของการจัดงาน เวดดิ้งแพลนเนอร์ (Wedding Planner)ยังสามารถบอกขอบเขตและการเตรียมงาน ให้เรารู้ว่า สามารถทำอะไรที่เราต้องการได้บ้าง
-ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ ของ เวดดิ้ง แพลนเนอร์ (Wedding Planner)ควรนำมาประกอบการตัดสินใจเลือกด้วย เพราะ การจัดงานแต่งงานที่ถือเป็นงานสำคัญในชีวิตนั้น ไม่มีใครอยากให้เกิดความผิดพลาดแน่นอน เวดดิ้งแพลนเนอร์ ที่มีประสบการณ์ก็จะมีความรอบคอบ หรือมีประสบการณ์ในการทำให้ไม่มีข้อผิดพลาดได้เป็นอย่างดี
-แหล่งอ้างอิง การแนะนำจากเพื่อน หรือ คนที่เรารู้จักและไว้ใจ ก็จะเป็นการการันตี ในการทำงานของเวดดิ้งแพลนเนอร์ได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากการจัดงานที่ออกมาสมบูรณ์แบบแล้ว ยังเป็นข้อยืนยันในเรื่องของค่าใช้จ่าย ที่จะไม่โดนเรียกเก็บมากเกินความเป็นจริง โดยที่เจ้าสาว เจ้าบ่าว ไม่รู้อีกด้วย
-ไอเดีย และ ความคิดสร้างสรรค์ ในการจัดรูปแบบของงานแต่งงาน ว่ามีรูปแบบที่แปลกใหม่ หรือเป็นไปตามความต้องการของเราหรือไม่ เพราะถ้ามีรูปแบบที่ไม่แปลกไปจากโรงแรม หรือสถานที่จัดงานแต่งงานมีให้อยู่แล้ว เจ้าสาว เจ้าบ่าว ก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะใช้เวดดิ้งแพลนเนอร์ แนะนำว่าควรมองหาเวดดิ้งแพลนเนอร์ ที่มีไอเดียในการจัดงานที่ตรงกับความต้องการของเรา และสามารถแนะนำเราได้เป็นอย่างดี
-การบริการ เป็นส่วนสำคัญมากส่วนหนึ่ง เพราะการดูแลเอาใจใส่ของเวดดิ้งแพลนเนอร์ บ่งบอกได้ถึงความละเอียดของการจัดงาน เพราะงานแต่งงานเป็นงานที่มีรูปแบบไม่ตายตัว ความต้องการของคู่บ่าวสาวแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน เวดดิ้งแพลนเนอร์ที่ดีนั้น ต้องให้ความสำคัญกับความต้องการที่มีมากน้อยไม่เท่ากันของ เจ้าสาว เจ้าบ่าว แต่ละคู่อยู่แล้ว
-ความจำเป็น ในการจัดงานแต่งงานถ้า เจ้าสาว เจ้าบ่าว ไม่มีเวลาที่จะเตรียมงานทุกอย่างได้เอง ไม่มีไอเดียหรือรูปแบบที่จะจัดงานแต่งงานได้เอง หรือถ้ามีรูปแบบแต่ไม่สามารถที่จะหาวัสดุหรือมีการเตรียมงานได้เอง จากสิ่งที่กล่าวมานั้น เวดดิ้ง แพลนเนอร์ (Wedding Planner)เป็นคำตอบของคุณครับ

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความหมายของ ของชำร่วยแต่ละชนิด



ของชำร่วยประเภทที่มีเชือกผูก

ความ หมาย แสดงถึงความผูกพันของคู่บ่าวสาวที่มีต่อกัน ความรักแน่นเฟ้น การมิพรากจากกัน ตรงกันข้าม คู่บ่าวสาวที่เลือกของชำร่วยประเภทนี้ แสดงถึงการผูกปม ผูกมัด ดิ้นไม่หลุด บ่วงคล้องคอ วิธีแก้เคล็ด ตรงไหนมัดแน่น ก็ทำให้หลวมๆไว้

ของชำร่วยประเภทที่มีวัสดุสานรอบๆ

ความ หมาย แสดงถึงสานสายใยของคนทั้งคู่ คือความห่วงใยที่มีให้กันเสมอมาและตลอดไป ตรงกันข้าม คู่บ่าวสาวที่เลือกของชำร่วยประเภทนี้ ต้องมีการกักขังหน่วงเหนี่ยวเกิดขึ้น ขาดอิสระโดยสิ้นเชิง ติดร่างแหไปทุกๆเรื่อง วิธีแก้เคล็ด เหลือช่องไว้สักนิด หรือใช้ลักษณะการสานที่เน้นสวยงามเป็นหลัก ไม่ใช่ดูแข็งแรง ติดแน่น

ของชำร่วยประเภทที่เป็นหุ่น หรือ ตุ๊กตา (ทั้งเดี่ยวและคู่)

ความ หมาย เป็นไปตามตัวของตุ๊กตา บ้างก็เป็นคู่คนแก่ซึ่งก็คือการรักกันจนเฒ่าจนแก่ บ้างเป็นรูปตุ๊กตาน่ารักๆ แสดงความน่ารักของคู่บ่าวสาว ตรงกันข้าม คู่ บ่าวสาวที่เลือกของชำร่วยประเภทนี้ แสดงถึง เค้าเห็นคุณเป็นหุ่นเชิด มองคุณเป็นแค่ของเล่น หรือรวมไปการใช้ไสยศาสตร์มาผูก,มัดในตัวคุณ วิธีแก้เคล็ด เน้นเป็นตุ๊กตาทอง หรือเงิน ที่มุ่งไปทางโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา หรือเป็นรูปสัตว์นำโชคก็จะดีกว่า

ของชำร่วยประเภทที่เป็นของที่ถูกครอบ หรือ ครอบ (เช่น ลูกกระพรวน)

ความ หมาย กรอบเป็นสิ่งที่ทำให้อะไรๆที่อยู่ในกรอบ มันทรงคุณค่า มีค่า หากเป็นความรก็คือการให้เกียรติซึ่งกันและกัน บูชาในความรัก ตรงกันข้าม คู่บ่าวสาวที่เลือกของชำร่วยประเภทนี้ ไม่แปลกหากหลังแต่งงานไปแล้วคุณจะถูกปิดกั้นทุกๆอย่างจากคนรักของคุณ อยู่ในกรอบในเกณฑ์ วิธีแก้เคล็ดคือ กรอบต้องไม่แข็งทื่อ ควรเป็นกรอบที่ลวดลาย ดูแล้วนุ่มนวลสวยงาม สีก็ต้องไปในทางสดใสหรือสวยๆจะทำให้อะไรๆมันดูนุ่มนวลอ่อนโยนขึ้น

ของชำร่วยประเภทที่เป็นสมุด/หนังสือ/ปากกา(เล็กๆ)

ความ หมาย การมองเห็นคุณค่าในสิ่งของ หรือการมองเห็นคนรักคือสำคัญเป็นที่สุด รวมไปถึงการบันทึกในเรื่องราวความรักระหว่างกันและกันตลอดระยะเวลาที่อยู่ ด้วยกัน ตรงกันข้าม คู่บ่าวสาวที่เลือกของชำร่วยประเภทนี้ แสดงถึง ความละเอียด จู้จี้จุกจิกขี้บ่น ทุกๆเรื่อง วิธีแก้เคล็ดคือ ควรมีตัวหนังสือที่สื่อไปในทางความรัก ขีดบนปก หรือแปะติดไว้ก็จะดีขึ้น

ของชำร่วยประเภทที่เป็นของเครื่องใช้เป็นคู่ (เช่นตะเกียบ)

ความ หมาย อันนี้แสดงออกเห็นได้ชัดถึงความผูกพันที่ขาดออกจากกันไม่ได้โดย สิ้นเชิง เหมือนราวกับว่า เพราะเรานั้นคู่กัน ตรงกันข้าม คู่บ่าวสาวที่เลือกของชำร่วยประเภทนี้ แสดงถึง ติดกันแจ หรือติดตามกันไปในทุกๆที่ วิธีแก้เคล็ดคือ อย่าทำให้ดูว่าเป็นของใช้ เช่นแจกไปแล้วแกะเอาไปกินบะหมี่ได้ทันที อันนี้ห้าม การออกแบบให้ดูเป็นของที่ระลึกให้มากที่สุด หรือออกแนวน่ารักๆก็จะดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว

ของชำร่วยประเภทที่เป็นดอกไม้


ความ หมาย ความหอมหวาน ความสวยงาม ของดอกไม้ มันแทนความรักที่พรั่งพรู เหมือนยามที่พลอดรักกันตรงกันข้าม คู่บ่าวสาวที่เลือกของชำร่วยประเภทนี้ แสดงถึง ช่วงแรกก็หอมหวาน แต่พอนานไปหมดกลิ่นแล้วก็ เหี่ยวเฉาทั้งชีวิตวิธีแก้เคล็ดคือแก้ อย่าให้เป็นแต่ดอกให้ปนไปด้วยผล หรือ กลีบใบ กระถาง หญ้า หรือบัวรดน้ำ ให้มีสีเขียวสดไว้แต้มสักนิดก็ดีนักแล

ของชำร่วยประเภทที่เป็นเซรามิกรูปต่างๆ

ความ หมาย เป็นไปตามรูปของเซรามิก ว่าสื่อถึงอะไร แล้วบวกไปว่าความรักของทั้งคู่เคยผ่านอุปสรรคมามากมาย เหมือนเรือที่เจอมรสุมกลางทะเล ที่ไม่เคยกลัววันล่ม ตรงกันข้าม คู่บ่าวสาวที่เลือกของชำร่วยประเภทนี้ แสดงถึง รอวันแตกหักซักวัน เมื่อหักแล้วยากที่จะต่อกันได้อีกเลย วิธีแก้เคล็ดคือ เซรามิกให้เน้นความสวยงาม แข็งแรง ทนทาน ทางที่ดีมีถุงห่อสวยๆอีกทีจะดีมาก

ของชำร่วยประเภทที่เป็นเปลือกหอย หรือทำจากเศษวัสดุเหลือใช้

ความ หมาย เช่นกันอันนี้ก็บ่งบอกถึงการมองเห็นในคุณค่า ซึ่งแม้ใครจะว่าคุณเป็นไง แต่คุณก็ยังเป็นอะไรที่สำคัญที่สุดสำหรับเค้าคนนั้นเสมอ ตรงกันข้าม คู่บ่าวสาวที่เลือกของชำร่วยประเภทนี้ แสดงถึง สักวันก็คงกลายเป็นขยะที่จะถูกทิ้ง ไม่สนใจใยดี หมดค่าไร้ความหมาย วิธีแก้เคล็ดคือ พยายามใช้สีสันตกแต่วัสดุพวกนั้นให้มากๆ อย่าใช้ลวดลายจากวัสดุนั้นมากเกินไป หรือการดัดแปลงให้ดูสวยงามให้มากที่สุด

ของชำร่วยประเภทที่เป็นของแหลมคม เป็นแท่งๆ

ความ หมาย คู่รักประเภทนี้ เกิดจากอะไรที่คาดไม่ถึง เป็นรักที่ตื่นเต้นหัวใจทุกดวงที่อยู่รอบข้าง เป็นรักสายฟ้าแลบ ดูใจกันน้อย แต่รักกันนาน ตรงกันข้าม คู่บ่าวสาวที่เลือกของชำร่วยประเภทนี้ แสดงถึง การทิ่มแทงจากปัญหาที่รุมเร้า อยู่ไปด้วยความเจ็บปวดขื่นขมทุกข์ทน ทรมาน วิธีแก้เคล็ด อย่าแหลมเป็นพอ ทู่ๆไว้ โค้งมนจะดูดีกว่า รับรองแบบว่าปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้